จ๊อด เฮาดี้โชว์

เมื่อจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ผู้บัญชาการทหารบกกระทำการปฏิวัติยึดอำนาจสำเร็จ ก็ได้ใช้อำนาจหัวหน้าคณะปฏิวัติออกกฎหมายใหม่กับยกเลิกกฎหมายเก่าหลายฉบับ โดยเฉพาะกฎหมายที่อนุญาตให้ผู้คนที่ค้าฝิ่ นเสรีภายในโรงยาฝิ่ นทั่วประเทศได้ถูกยกเลิก แล้วให้ถือเป็นยาเสพติดผิดกฎหมายทุกกรณี โรงยาฝิ่ นทั่วเมืองหลวงเกือบทุกตำบลล้าน “เก๊กซิม” ไปตามๆกัน ถึงขนาดขนบ้องฝิ่ นใส่รถทหารไปกอง ณ ท้องสนามหลวงแล้วจุดไฟเผาโชว์สื่อมวลชนทั่วโลก งานนี้ผู้นำคนใหม่ได้รับคำแซ่ซ้องจากสังคมโลกอันเป็นประโยชน์ด้านการต่างประเทศไม่น้อย เพราะทั่วโลกกำลังรณรงค์ปราบปรามยาเสพติด

นอกจากกวาดล้างยาเสพติดอย่างเฉียบขาดโดยอาศัย ม.17 ได้ผลจนขนาดสิงห์อมควันลงแดง กันเป็นหมื่นๆทั่วประเทศ แล้วหัวหน้าคณะปฏิวัติโดยควบคุมตำแหน่งอธิบดีกรมตำรวจอีกตำแหน่งยังถือโอกาสกวาดล้างโสเภณีเถื่อน พ่อเล้า แม งดา และบรรดา ผู้กว้างขวาง ที่เคยรับใช้ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ อดีตอธิบดีตำรวจอย่างไม่ไว้หน้าจนเกิดโกลาหลอลหม่านกันทั้งยุทธจักรนักเลงเป็นครั้งแรก ข้อหาประพฤติตนเป็นบุคคล “อันธพาล” ซึ่ง จอมพลสฤษดิ์ฯ ยกย่องขึ้นแทนเป็น “ผู้กว้างขวาง” ที่ พล.ต.อ.เผ่าฯ ศัตรูทางการเมืองเคยยกย่องไว้ต่างกระวนกระวายใคร่รู้ว่าใครจะเจอจับเป็นอันดับต้นๆ

เกชา – เกเตอร์ (วองยี) หัวลำโพง นิตย์ (อุมารัตน์) ท่าเตียน หาญ บางรัก จีน สะพานถ่าน (โรงหวย) ยอดกาญจน์ ประตูน้ำ นิตย์ มีศรี จ่าหาญ จ่าวาฬ บางลำภู ทุกนามล้วนรู้ชะตาตนว่าหัวหน้าคณะปฏิวัติเล่นศึก “รามเกียรติ์” อันเป็นเรื่องยาวแน่ และต่างพร้อมใจกันทัวร์ตามภูธรกับ “กบดาน” ในกรมกองทหารเงียบกริบ

แต่คล้ายแผ่นดินไทยกว้างเท่าแผ่นดินภูเก็ต ทุกนามหนีไม่พ้นอาญาคำสั่งหัวหน้าคณะปฏิวัติ ที่รอดตัวไปได้ดูเหมือนจะมี 2 คน หากจำไม่ผิดได้แก่ นิตย์ มีศรี ซึ่งหันไปเล่นการเมืองกับสมัคร ส.ส.กรุงเทพฯ ก้เลยมีเกราะการเมืองเป็นภูมิคุ้มกันให้ อีกรายคือ จ่าวาฬ ดาวรุ่งย่านบางลำพูฝั่งตลาดนานาผู้ที่ นิตย์ สุริยะกุล หรือ นิตย์ บางลำพู จ่าหาญ (ทบ.) จ่าสงค์ (ทร.) เจ้าพ่อบางลำพูต้องเกรงใจ แล้วจ่าวาฬมีภูมิคุ้มกันอะไรหรือ? รับราชการเป็นทหารเรือกับมีบิดาใหญ่ จนตำรวจฝ่อ

อย่างไรก็ตาม การกวาดล้างอาญชญากรรมกับอบายมุขและจับพวกนักเลงรุ่นใหญ่ เข้าลาดยาวในข้อหา “อันธพาล” กลับมิได้ก่อให้นักบู๊วัยลำพองพรั่นกลัว

วันที่ 13 กันยายน 2505 ราวเที่ยงเศษ นายจำเริญ บุญดิษฐ์ หรือ ปุ๊ ระเบิดขวด พร้อมสาวกร่วมทีม 4-5 คน ได้พากันไปนั่งฟังเพลงกินอาหารที่ร้าน ช.พานิชย์ เลขที่ 778-780 ปากซอยศรีย่าน ซึ่งเวลาดังกล่าวเป็นช่วงพักทานอาหารกลางวัน ภายในร้านจึงมีผู้ใช้บริการคับคั่งทุกโต๊ะ

กินอาหารเสร็จ ปุ๊รู้สึกปวดปัสสาวะลุกขึ้นหมายจะไปเข้าห้องน้ำ ปรากฏมีชายวัยคะนองรูปร่างสูงกำยำเค้าหน้าหล่อเหลา แต่งกายโก๋ยันเงา พร้อม 3 หนุ่มวัยเดียวกันพรวดเข้าไปในร้านอย่างฉับพลัน ผู้คนนั่งกินอาหารกันอยู่ก็ต้องผงะตะลึงงัน เมื่อชายวัยลำพองรูปร่างงามกระชากปืนสั้นออกมาป่ายปากกระบอกไปยังร่าง ปุ๊ ปุ๊ถึงกับผงะ กระโจนหนีอย่างสุดตัว หนุ่มโก๋หน้าหล่อสับไกปืนไปสามนัดติด ปุ๊ โดนกระสุนไปหนึ่งนัดเจาะเข้าโคนขาทรุดฮวบ ผู้คนในร้านต่างตกใจแตกกระเจิง

แผนของมือปืนหน้าหล่อพลาด เพราะมิอาจดับปุ๊ระเบิดขวดได้ด้วยกระสุนสามนัด จึงพากันกระโจนออกนอกร้าน ควบมอเตอร์ไซค์มุ่งไปทางสี่แยกพิชัย เข้าไปในซอยวัดน้อยนพคุณ แล้วขึ้นแท็กซี่ที่จอดอยู่พุ่งออกทางด้านหน้าวัดน้อยฯ เข้าปะปนกับยานพาหนะอื่นๆ รอดตัวไปได้

งานนี้ พ.ต.ท.เถลิงศักดิ์ สังขะตะวรรธน์ สวญ. กับ พ.ต.ต.มนตรี ประเสริฐศรี สวป. และ ร.ต.อ.อรุณ เนตรบุตร สวส. พร้อมกำลังตำรวจ สน.สามเสน ได้เดินทางไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ ร้าน ช.พานิชย์

การตรวจสอบขั้นต้น เจ้าหน้าที่ทราบว่ามือปืนได้หลบไปทางวัดน้อยฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งหมดกว่า 200 นาย พร้อมอาวุธทันสมัยกับรถวิทยุตำรวจนครบาลประมาณ 10 คัน เข้าตรึงกำลังล้อมจากถนนพิชัยจรดบริเวณพระราม 5 ตอนหน้าวัดน้อยเป็นรูปสี่เหลี่ยมในพื้นที่ 4 ตารางกิโลเมตร การตรวจค้นดำเนินไปจนถึง 18.00 น. ไม่พบคนร้ายตำรวจจึงยกกำลังกลับ

ผลจากคนร้ายหมายสังหาร ปุ๊ ระเบิดขวดครั้งนี้นอกจากปุ๊จะถูกยิงเข้าบริเวณขาแล้ว พนักงานเสริมสาวยังโดนลูกหลงเข้าคอหนึ่งนัดสาหัส ส่วนการสืบสวนของตำรวจระบุสาเหตุเป็นเรื่องหักเหลี่ยมเฉือนคมกันระหว่าง แก๊งวัยรุ่นชื่อดัง มี ปุ๊ ระเบิดขวด กับแก๊ง ไบเล่ย์ ซึ่งมีชุมนุมพลพรรคอยู่ที่ตรอกไบเล่ย์ ทั้ง 2 แก๊งนี้แต่เดิมเป็นพวกเดียวกัน ต่อมาผิดใจกันเรื่องผลประโยชน์เรียกค่าคุ้มครอง จึงเป็นคู่แค้นกันเรื่อยมา และมักยกพวกปะทะกันเสมอ การปะทะกันทุกครั้งทั้งสองฝ่ายจะไม่นำเรื่องเข้าไปแจ้งความ แต่จะใช้วิธีล้างแค้นกันเอง ไม่ต่างกับยุคอั้งยี่

สำหรับเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดการล่าสังหารปุ๊ระเบิดขวดครั้งนี้ เจ้าหน้าที่เผยเมื่อประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา มีสาวสวยนางหนึ่งชื่อ วัลลภา ณ สงขลา อดีตนักร้องตาหวานซึ่งเป็นเด็กของ แดง ไบเล่ย์ เจอปุ๊ตบในสถานโบว์ลิ่ง ถนนเกสร โดยไม่มีใครสามารถปกป้องเธอได้ ด้านหัวหน้าแก๊งไบเล่ย์ขณะที่เกิดเหตุปุ๊ตบเด็กตัวเอง ก็ประกาศตามล่าคู่แค้นจนในวันเกิดเหตุที่ปุ๊ถูกยิงขา บรรดานักเลงแก๊งไบเล่ย์ไปรวมพลกันที่บ้านหลังหนึ่งในตรอกไบเล่ย์ พอเที่ยงเศษจึงยิงกันขึ้น เมื่อสืบทราบได้ความดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำกำลังไปเข้าตรวจค้นตรอกไบเล่ย์ พบวัยรุ่นชายหญิง 13 คน พร้อมสาวงามวัลลภา ซึ่งตำรวจระบุเป็นสาเหตุที่ทำให้ 2 แก๊งเปิดศึกกัน การตรวจค้นวัยรุ่นชายหญิงไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย จึงนำตัวไปสอบปากคำ

ขณะเดียวกัน ปุ๊ ระเบิดขวด ซึ่งบาดเจ็บเพราะถูกยิง ทราบดีว่ามือสังหารตนเป็นใคร พอถูกส่งเข้ารักษาบาดแผลไม่ทันฟ้ามืดสนิท ปุ๊ ได้หนีออกจากโรงพยาบาลไปกบดานเลียแผลตนแล้ว ต่อมาข่าวผู้หมายสังหารปุ๊ถูกแพร่ไปทั่วทุกถิ่นที่นักเลงสุม เช่น บ่อน ซ่อง โรงแรม และสถานบันเทิงเริงเมืองคือ “จ๊อด เฮาดี้ หรือ สมจิตร กรองแก้ว”

ทราบนามแล้วก็คงทราบเช่นกันว่า แก๊งใครที่คิดถล่มปุ๊ เนื่องจ๊อดกับแดง นั้นในยุทธจักรนักเลงคล้ายคู่เหมือน เพราะในระยะหลังต่างออกสร้างชื่อกันอย่างเคียงบ่าทุกสถานการณ์ โดยพลิกความคาดหมายบรรดาคอวิจารณ์ด้านวงการนักเลงว่า “หมามีเขา เต่ามีหนวดนั่นแหละถึงจะเห็น แดงกับจ๊อดเดินด้วยกัน”

15 กันยายน 2505 ตรงกับวันเสาร์ แดงไบเล่ย์หัวหน้าแก๊งไบเล่ย์ กับปุ๊ระเบิดขวดหัวหน้าแก๊งระเบิดขวด นัดหมายยกพวกถล่มกันเพื่อคิดบัญชีเก่า-ใหม่ ณ บาร์ลอยน้ำ สวนสัตว์ดุสิต เวลา 4โมง แต่พอหลังเที่ยงสวนสัตว์ดุสิตก็เริ่มปรากฏของวัยลำพองทยอยเข้าไป ที่บาร์ลอยน้ำ ซึ่งขณะนั้นใช้ชื่อ “บาร์ชาวเขาเผ่าช้างแดง” เป็นที่ชุมนุมวัยลำพองไปเสียแล้ว ประมาณครึ่งร้อยบนราวสะพาน กับบริเวณเชิงสะพานข้ามไปฝั่งบาร์ลอยน้ำก็มีวัยรุ่นหุ่นโก๋สะพายถุงเป้ ย่าม กระเป๋า นั่งยืนจับกลุ่มทิ้งระยะไม่ห่างนัก

ปุ๊ ระเบิดขวด พร้อมคู่หู ดำเอสโซ่ ปักหลักอยู่กลางขุนรบนับสิบมองไปที่สะพาน หอนาฬิกากลางน้ำบอกเวลาอีก 3 นาที 16 นาฬิกาตรงตามที่ทั้ง 2 แก๊งนัดหมายถล่มกัน บรรดาผู้คนที่พากันมาเที่ยวสวนสัตว์ก็หารู้ไม่ว่า วินาทีพิฆาตจะมาถึง

พลัน… บริเวณเชิงสะพานฝั่งตรงข้ามปรากฏแดงไบเล่ย์ จ๊อด เฮาดี้ เดินก้าวนำขุนรบราว 20 คน หมายข้ามสะพานไปฝั่งบาร์ลอยน้ำ ทว่า มิทันที่ 2 แก๊งโผนเข้าสับยุทธ์กัน เสียงนกหวีดก็ดังขึ้น ไล่ๆกันก็มีเสียงไซเรนรถวิทยุกังวานมาจากทุกทิศ ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบกว่าร้อยนาย กระจายกันเข้าจับกุมตรวจค้นวัยรุ่นนับร้อยบริเวณสะพาน กับ ฝั่งบาร์ลอยน้ำ

ถึงขั้นกับหนีลงน้ำกันอุตลุด ความโกลาหลวุ่นวายภายในเขาดิน ฝ่ายประชาชนที่ไม่รู้เรื่องก็พากันหนีลูกหลง อีกฝ่ายก็หนีมือกฎหมาย การตรวจค้นจับกุมแก๊งป่วนเมืองครั้งนี้ ตำรวจสารวัตรทหารร่วมกันเคลียร์เป็นเวลา 2 ชั่วโมงเศษ ทั่วสวนดุสิตไม่พบตัวหัวหน้าแก๊งทั้งสองฝ่าย กับเหล่าดาวดังประดับทีม คงได้แต่ผู้ต้องสงสัยของทั้งสองแก๊งรวม 23 คน ปราศจากของกลาง

วันเดียวกัน พล.ต.ต.ฉัตร หนุนภักดี รอง ผบช.น. ได้ให้นายศิริ วาสวิทย์ นายด่านศุลกากรอรัญประเทศ บิดาของ “หมู อู๊ด” หรือนายสุรสิทธิ์ ผู้ร่วมขบวนการกับ จ๊อด เฮาดี้ บุกสังหารปุ๊ระเบิดขวด เข้าพบเพื่อติดต่อขอนำตัวลูกชายเข้ามอบตัว ซึ่งรอง ผบช.น. ได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.จำรูญ ดิสมาน พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่เดินทางไปรับตัว สุรสิทธิ์มาสอบปากคำ

การสอบปากคำ หมู ขั้นต้นสารภาพหมดเปลือกต่อหน้ามารดานางพูนศรี วาสวิทย์ และพนักงานสอบสวนด้วยน้ำตาชุ่มหน้าว่า ตนเพิ่งเริ่มต้นเข้าแก๊งไบเล่ย์ได้สองเดือนเศษ เหตุที่ต้องเข้าร่วมแก๊งนี้เพราะถูกสมุนของแก๊งนี้แทงด้วยเหล็กและถูกแก๊งนี้ขู่ฆ่ามาตลอด จนมีคนแนะนำว่าให้ยอมสวามิภักดิ์กับแดง ไบเล่ย์ เพื่อเป็นการฝากเนื้อฝากตัว

จวบจนวันเกิดเหตุ ตนถูกจ๊อดชวนไปเที่ยวแถวศรีย่านโดยมีเพื่อนร่วมไปอีกสองคนไม่ทราบชื่อ ไปถึงศรีย่านเป็นเวลาช่วงโรงเรียนพักกลางวัน ปุ๊ ซึ่งเรียนอยู่โรงเรียนละแวกนั้นได้ออกมากินอาหารกลางวันพอดี จ๊อดถามตนว่า “ไอ้นั่นปุ๊ใช่ไหม” พอตนพยักหน้ารับ จ๊อดก็กระชากปืนออกมายิงทันที ด้วยความกลัวตนจึงได้วิ่งหนี โดยมีจ๊อดกับอีกสองคนตามมาถึงบ้านตน แล้วพากันหลบหนีก่อนตำรวจเข้าค้นบ้านครึ่งชั่วโมง

ระหว่างที่ซมซานหนีหลังเกิดเหตุตอนหัวค่ำได้ไปนอนที่ตรอกไบเล่ย์ คืนที่ 2 ไม่ทราบว่าจะไปนอนที่ไหนจึงเข้าไปอาศัยแผงลอยที่วัดสามปลื้มเป็นที่นอน รุ่งขึ้นวันที่ 3 ตนทราบว่าบิดาเข้ากรุงเทพฯ จึงลอบเข้าไปหาที่บ้านเพื่อปรึกษากับบิดาเรื่องมอบตัว เมื่อตกลงกับบิดาเรียบร้อยแล้วก็ออกจากบ้านไปนอนที่โกดังเก็บศพวัดน้อยนพคุณจนเข้ามอบตัว สอบปากคำเสร็จ พ.ต.อ.จำรูญ ได้วางแผนจู่โจมตรวจค้น โดยวางกำลังเป็น 4 สาย สายแรกตรวจค้นบริเวณวัดตะพาน สายที่ 2 ตรวจค้นบ้าน วัลลภา สายที่ 3 ตรวจค้นบริเวณวัดสุทัศน์ สายที่ 4 ตรวจค้นวัดสามปลื้ม ทุกสายคว้าน้ำเหลว

18 กันยายน เจ้าหน้าที่ได้รับรายงานจากสายสืบมาว่า ขณะนี้ จ๊อด เฮาดี้กับแดง ไตรรงค์ ได้ไปกบดานที่บ้านหลังหนึ่งกลางทุ่ง จ.นนทบุรี จึงยกกำลังมุ่งไปยัง จ.นนทบุรี และออกหาข่าวให้ชัดเจนอีกครั้ง

เมื่อทราบที่อยู่แน่ชัดแล้ว เจ้าหน้าที่ก็นำกำลังฝ่าสายฝนซึ่งตกตั้งแต่เช้าแล้วยังไม่ซาเม็ด บ่ายโมงเศษ กำลังเจ้าหน้าที่สิ้นสุดการใช้รถเป็นพาหนะ ต้องเดินลุยทุ่งน้ำนองเจิ่งไปทั่วเพื่อเข้าล้อมบ้านพักและจู่โจม และก็เข้าถึงตัวบ้านในฉับพลันก็พบกับสองมือปืนนอนหลับ แล้วตกใจงัวเงียตื่นขึ้นมาจนมุมอย่างไม่คาดฝัน

เจ้าหน้าที่ตรวจค้นทั่วบ้านไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย หลังจับกุม จ๊อด เปิดอกรับว่าเป็นคนยิงปุ๊เอง ใช้ปืน 6.35 มม. ซื้อมาจากต่างจังหวัด 300 บาท มีกระสุนอยู่ 4 นัด ระหว่างที่ยิงปุ๊แล้วหลบหนีได้ทิ้งปืนกับมีดไว้ข้างทาง พ.ต.ท.เถลิงศักดิ์ นำตัวผู้ต้องหาไปถางหญ้าหาของกลางก็ไม่พบ จึงนำตัวทั้งคู่ไป สน.สามเสน เพื่อทำการสอบสวน

ต่อมาการสอบสวนได้ความว่า ปุ๊เคยท้าดวลทั้งคู่มาก่อน แต่ไม่เคยประมือกันสักครั้ง ไม่ว่ามีดหรือปืน แต่ตลอดเวลาปุ๊ได้สร้างความเจ็บช้ำน้ำใจแก่พวกตนเสมอ เคยไล่ยิงพ่อของแดง ไตรรงค์ที่ตรอกทวายสวนมะลิ เคยขว้างระเบิดใส่แดง ไบเล่ย์ ขณะที่บวชเป็นพระอยู่วัดสุทัศน์ฯ ปุ๊ได้พาพวกบุกขึ้นกุฏิเหยียบหน้าพระแดงอันเป็นเรื่องที่หยามกันสุดๆ เรื่องศักดิ์ศรีใครหน้าไหนก็หยามกันไม่ได้ ตนเป็นนักเที่ยวหากเที่ยวไม่มีศักดิ์ศรีนอนอยู่บ้านดีกว่า

สำหรับวันเกิดเหตุจ๊อดเผยไม่ได้ตั้งใจมายิงปุ๊ ตนกับแดง ไตรรงค์ ตั้งใจไปหาเพื่อนที่สี่แยกพิชัย พอลงจากรถก็พบหมู สุรสิทธิ์ ที่ป้านรถเมล์กับเพื่อน อีกคนหนึ่งจึงเดินไปด้วยกัน แต่ปุ๊ได้ชักยิงปืนออก 1 นัด ตนยิงสวนไปผิดถูกไม่ทราบ ยิงแล้วหนีเลย จากนั้นก็ระหกระเหินเรื่อยไปจนมาถูกจับได้

18.30 น. พ.ต.อ.จำรูญ ดิสมานได้ติดต่อให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานกรมตำรวจมาทำ “พาราฟีนเทส” มือของจ๊อดและแดง 2 ผู้ต้องหาเพื่อหาเขม่าดินปืนเป้นหักฐานในการดำเนินคดี

วันต่อมาจาการสืบสวนของตำรวจอย่างใกล้ชิด ก็ได้ทราบถึงพฤติกรรมกลุ่มนักเลงทั้ง 2 แก๊งแล้วขณะนี้ทางตำรวจมีบัญชีรายชื่อบรรดาดาวดังที่เข้าไปเสริมให้ทั้ง 2 แก๊งแกร่งหลายคน เช่นแก๊งระเบิดขวดมี ดำ เอสโซ่ แอ๊ด เสือเผ่น โหล แม้นศรี และ ตุ๋ย ระเบิดขวด

19 กันยายน จ๊อดกับแดงโดนอยู่ในเครือข่าย “บุคคลอันธพาล” จึงให้คุมขังไว้ดูความประพฤติ 30 วันก่อนดำเนินคดีข้อหาพยายามฆ่าปุ๊ ระเบิดขวด แม้จะได้ตัวมือปืนมาแล้ว ก็ยังดำเนินงานกวาดล้างกลุ่มแก๊งกวนเมืองแต่ละถิ่นพร้อมตัวแดง ไบเล่ย์ ซึ่งกบดานเงียบ

กระทั่วเวลา 01.00 กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไปซุ่มตามจุดที่หัวหน้าแก๊งไบเล่ย์ชอบไปปรากฏตัวเรียกค่าคุ้มครองย่านดินแดง ห้วยขวาง และย่านลุมพีนี จนเวลา 05.00 น. ไม่ปรากฏเงาดาวดังไบเล่ย์แม้แต่ข่าว

20 กันยายน สายสืบรายงานว่า แดงไบเล่ย์ เปลี่ยนอาวุธคู่ใจไปใช้คอบร่า .38 (เห่าไฟ) ขณะนี้กบดานอยู่บ้านญาติในคลองบางระมาด ธนบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจนำกำลังเข้าตรวจค้นแต่สวนทางกันอย่างหวุดหวิด

พอเจ้าหน้าที่ยกกำลังกลับ ก็มีรายงานว่าหัวหน้าแก๊งไบเล่ย์เข้ากรุงเทพฯ ตั้งแต่บ่ายแล้วได้เตร่อยู่แถวเจริญผลจนฟ้ามืดสนิท ขณะนี้ได้เข้าอาศัยนอนในวัดช่างแสงเพื่อดักขึ้นรถไปชลบุรีตอนเช้ามืด เมื่อได้รับรายงานแล้วนับแต่นั้นเป็นต้นมาคณะนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ก็ได้ร่วมกันวางแผนบุกจับกุมตัว แดง ไบเล่ย์

03.30 น. เป็นเวลายามวิกาลที่มีสายฝนพรำบรรยากาศใกล้รุ่งเย็นยะเยือกชายฉกรรจ์กว่า 30 นายแต่งกายรัดกุม พร้อมอาวุธปืนทันสมัยครบมือแยกย้ายกันขึ้นรถโดยสงบเงียบ โชเฟอร์สตาร์ทเครื่องยนต์รถกระหึ่มรัตติกาล พาหนะมือกฏหมายล้วนมุ่งหน้าสู่วัดช่างแสงคล้ายไม่เร่งรีบนัก

จบตอน จ๊อด เฮาดี้ โชว์ #ฝากข้อคิดไว้เป็นการเตือนใจว่าสุดท้ายไม่มีใครได้ดีสักคน พึงระลึกและกระทำคุณงามความดีไว้เถิดวัยรุ่นทั้งหลาย

ขอบคุณเครดิต อ.สุริยัน ศักดิ์ไธสง

 

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this:
search previous next tag category expand menu location phone mail time cart zoom edit close