หลวงปู่ศุขสอนวิชา “นะขิก” และเรื่องเล่างานประจำปีแห่ง วัดปากคลองมะขามเฒ่า

งานประจำปีของวัดปากคลองมะขามเฒ่า ในสมัยที่หลวงปู่ศุขยังมีซีวิตอยู่นั้น จะจัดในวันขึ้น 5ค่ำเดือน5ของทุกปี ในระยะที่มีงานส่วนมากจะเป็นช่วงที่เสด็จในกรมฯ จะทรงเสด็จมาที่วัด บ่อยครั้งเเละจะทรงพักอยู่ที่วัดประมาณ 7 ถึง 10วัน จึงจะเสด็จกลับกรุงเทพฯ ในเวลาที่ทรงเสด็จมา จะทรงนำเอาหนังญี่ปุ่นมาด้วย รวมทั้งเครื่องไฟฟ้าต่างๆ มาใช้ในงานด้วย ในสมัยนั้นหนังญี่ปุ่นเป็นของหาดูได้ยากมาก งานประจำปีของวัดปากคลองมะขามเฒ่าในสมัยนั้นนับได้ว่าเป็นงานที่ใหญ่มากเลยทีเดียว

มีการละเล่นมากมายหลายอย่างนอกจากหนังญี่ปุ่นเเล้ว ยังมีหนังตะลุง เเละคณะลิเกหวั่นจ้าย ที่มีชื่อเสียงมากในยุคนั้น ผู้คนจากทุกสารทิศจะมาเที่ยวงานกันเเน่นขนัดเเต่ไม่มีเรื่องทะเลาะเบาะเเว้งกันในงาน นอกจากนี้ยังมีการเล่นเพลงตะวันออกซึ่งเป็นการเล่นที่หลวงปู่ศุขท่านชอบมาก โดยเฉพาะคณะบ้านเขาทองเหนือ จากตลาดปากน้ำโพ นครสวรรค์ ที่มีคนนิยมดูมาก

อัตราค่าจ้างก็ตกคืนละ 300บาท เมื่อมาเเสดงที่วัดปากคลองมะขามเฒ่าหลวงปู่ท่านจะนั่งอยู่บนเก้าอี้หวาย เเวดล้อมด้วยบรรดาชาวบ้านท่านหัวเราะชอบใจอยู่ตลอดเวลา ท่านว่า”มันว่ากันมันดี”เมื่องานประจำปีสิ้นสุดลงเเล้วหลวงปู่ท่านจะเเจกของพวกตะกรุด เเละลงกระหม่อมให้ทุกคนที่มาช่วยงาน ไม่เว้นเเม้พวกที่เข้ามาเที่ยวหาความสำราญ จึงทำให้ชาวบ้านทุกคนเคารพรักเเละศรัทธาท่านมาก เวลาเดินทางผ่านไปมาทางวัดปากคลองมะขามเฒ่า จะต้องเเวะกราบท่านทุกครั้งไป

หลวงปู่ศุขฉันน้ำกล้วยตานี ที่วัดปากคลองมะขามเฒ่า มีต้นกล้วยตานีอยู่มาก ขึ้นเองตามธรรมชาติเเละเวลาสุกเเล้วพวกชาวบ้านจะไปตัดเอาเครือ กล้วยมาถวายหลวงปู่ศุข ท่านก็ให้พระลูกวัดช่วยกันปอกกล้วยทั้งหมดเเล้วใช้มือขยำคลุกกับเกลือเล็กน้อย เมื่อขยำจนเละละเอียดดีเเล้วท่านจะเอาผ้านขาวบางมาห่อเเล้วผูกเเขวนไว้ ปล่อยให้น้ำกล้วยตานีหยดลงในบาตรทีละหยด จนกว่าจะงวดเเล้วท่านจะใช้ช้อนตักใส่เเก้วดื่มจนหมด

ส่วนกากกล้วยตานีท่านให้เอาไปตากเป็นยาบ้าง เอาไว้ทำอาหารเลี้ยงสัตย์ของท่านบ้าง เช่น ไก่งวง ไก่ฟ้า นกยูง ชะนี เเพะ ม้า ท่านบอกว่ากล้วยตานีนั้นเป็นยาวิเศษ เเต่ท่านไม่ได้อธิบายถึงสรรพคุณว่าดีอย่างไร เเละกล้วยตานีที่วัดปากคลองมะขามเฒ่าก็เเตกหน่อดกมาก เเละให้เครือกล้วยดกมากด้วย เเต่ที่น่าประหลาดใจก็คือ หลังจากที่หลวงปู่ศุขท่านมรณภาพลงเเล้ว ต้นกล้วยตานีนั้นก็ค่อยๆ เเห้งเหี่ยวเฉาตายไปทีละนิดจนหมด

หลวงปู่ศุข คลุกข้าวกับน้ำพริกมะเขือให้ม้ากิน หลวงปู่ศุขท่านเลี้ยงม้าไว้หลายตัว เเต่มีอยู่ตัวหนึ่งชื่อ อ้ายเขี้ยวยักษ์ เป็นม้าตัวผู้ วันหนึ่งมันเดินขึ้นไปถึงชานกุฏิของหลวงปู่ศุขเป็นจังหวะที่ท่านกำลังฉันอาหารอยู่ ท่านจึงเอาข้าวคลุกมะเขือกับน้ำพริกให้มันกินซึ่งมันก็กินจนหมด เเต่ต่อมามันก็ถูกเสือกัดตาย เเละถูกกัดสะโพกไปส่วนหนึ่ง เพราะคนเลี้ยงเอามันไปผูกไว้ที่หลังวัดเเล้วลืมเอามันกลับเข้าคอกในตอนเย็น

สูตรการทำเเผ่นตะกรุดของหลวงปู่ศุข หลวงปู่ศุขท่านจะให้ลูกศิษย์หากระเพาะควายเผือกมาเเล้วตัดเเผ่นตะกั่วน้ำนมออกเป็นชิ้นๆ ใส่ลงไปในกระเพาะควายเผือกที่เตรียมไว้ โดยใส่ให้พอเต็มเเละทำการเท ปรอทลงไปในกระเพาะ เเล้วใช้ไม้คีบปากกระเพาะผูกเชือกมัดให้เเน่น ไม้ที่ใช้คีบต้องมีความยาวพอที่จะวางพาดบนปากกระทะได้เพื่อกันไม่ให้กระทะพลิก จากนั้นจึงก่อไฟเคี่ยวกระเพาะควายเผือกตลอดเจ็ดวันเจ็ดคืน ปรอทก็จะรวมตัวกับตะกั่วพอดี หลังจากนั้นก็จะเเบ่งตะกั่วที่เคี่ยวในกระเพาะควายเผือกนำมาผสมกับตะกั่วน้ำนมอีกชุดหนึ่ง ทำการหลอมให้ได้ปริมาณพอดี เเล้วเทออกมาลงบนสมุดข่อย เมื่อตะกั่วเย็นลงเเล้วก็ได้เเผ่นตะกั่วเเบนๆ ต่อไปก็นำเอาไปตีให้บางตามต้องการเเล้วตัดออกให้เป็นสี่เหลี่ยม พร้อมที่จะนำมาจารอักขระเลขยันต์ เเละสามารถนำมาเทหลอมเป็นพระเครื่องได้ด้วย

วัตถุมงคลรุ่นเเรกของหลวงปู่ศุข เมื่อคราวที่โยมมารดาของหลวงปู่ศุขได้ถึงเเก่กรรม เเละได้มีพิธีฌาปนกิจศพ หลวงปู่ศุขท่านได้สร้างวัตถุมงคลในรูปเเบบพระพิมพ์สี่เหลี่ยมซุ้มรัศมีออกเเจกเป็นที่ระลึกเป็นครั้งเเรก เมื่อผู้ที่ได้รับเเจกจากท่านไปพบอภินิหารในทางคงกระพัน กันเขี้ยวงากันคมอาวุธ ที่บังเกิดขึ้นบ่อยครั้ง จึงเกิดความนิยมไปขอจากพระ ท่านมาเเขวนคอให้กับบุตรหลาน เพื่อป้องกันอันตรายจากบรรดาเขี้ยวงา เเละอันตรายต่างๆ ซึ่งเด็กๆ ในละเเวกวัดปากคลองมะขามเฒ่าจะมีเเขวนกันทุกคน ซึ่งหลวงปู่ท่านก็มีเมตตาเเจกให้กับทุกคนที่ไปขอท่าน เเละก็เกิดประสบการณ์ขึ้นมากมายกับผู้ที่มีพระของท่านติดตัว จนในภายหลังเป็นที่นิยมมากยิ่งขึ้น พระท่านสร้างไว้ในคราวเเจกในงานฌาปนกิจโยมมารดาของท่านก็หมดลงอย่างรวดเร็ว เเละต่อมาจึงต้องสร้างเพิ่มขึ้นเพื่อเเจกผู้คนที่เดินทางมากราบท่าน

หลวงปู่ศุขท่านได้สร้างวัตถุมงคลเอาไว้หลายชนิด ทั้งพระพิมพ์ประภามณฑล เเละพระปิดตา ที่ทำด้วยโลหะเเละมวลสารต่างๆซึ่งได้รับความนิยมในวงการนักสะสมเป็นอย่างมาก เเละในเรื่องประสบการณ์ก็เป็นที่ยอมรับจากผู้คนทั่วประเทศ ว่าเพียบพร้อมไปด้วยพุทธคุณที่เข้มเเละขลังสามารถคุ้มครองซีวิตของผู้ที่ครอบครองบูชาพกติดตัวได้จริง เเม้ในปัจจุบันนี้ ที่ระยะเวลาที่ผ่านมานานมากเเล้วก็ตามไม่เพียงพระเครื่องเท่านั้น เเม้กระทั้งตะกรุด ผ้าประเจียด ผ้ายันต์ ฯลฯ ซึ่งล้วนเเล้วเเต่เป็นที่ต้องการเสาะเเสวงหาของผู้คนในวงการทั้งสิ้น ทุกวันนี้หากใครคิดจะหาวัตถุมงคลของท่านต้องใจเย็นๆเเละต้องพยายามศึกษาให้เเม่นยำในเรื่องเนื้อหาเเละตำหนิให้รอบคอบก่อนที่จะควักเงินในกระเป๋าเช่าหามาไว้ครอบครอง เพราะว่าของปลอมทำออกมามีมากมายเหลือเกิน เรียกว่ามากกว่าของจริงหลายสิบเท่าตัวครับ

หลวงปู่ศุข สอนวิชานะขิก หลวงปู่ศุขได้เมตตาสอนเสือไทให้เรียนวิชา นะขิก ซึ่งเป็นวิชาที่พวกเล่นลิเกเเสวงหากันมาก ใช้ได้ดีหลายอย่างเช่น ใช้เสกผงเเป้งผัดหน้า เป็นเมตตามหานิยม เเละใช้ในทางเเคล้วคลาดได้ด้วย เป็นคาถาบทสั้นๆ ดังนี้นะเฮา นะเหาะ นะขิก หัวเราะ นะจำเพาะนะฮา ประสกที่มา สีกาที่นั้ง หัวเราะให้ดัง โอม มะ สวาโหมติด

วิชาสร้างพลังปราณเเห่งเมตตา เป็นวิชาตามหลักโยคะศาตร์ ซึ่งถือว่า พลังจิตเเละพลังปราณทางเมตตานั้น เป็นสิ่งที่สามารถสร้างหรือสะสมขึ้นได้ภายในร่างกายของตัวบุคคล ซึ่งต้องอาศัยการฝึกจิตให้มีอานุภาพเเละพลังปราณเเห่งเมตตาซึ่งหลวงปู่ศุขท่านใช้ฝึกอยู่เป็นประจำ เเละถ่ายทอดให้เสด็จในกรมฯ กับบรรดาลูกศิษย์ของท่านทุกคน โดยเน้นให้สวดมนต์หลังจากติ่นนอนในตอนเช้า ทำใจให้สงบ สูดลมหายใจให้เต็มปอดอย่างช้าๆ ลึกๆ ให้ทำเป็นสิบๆ ครั้ง ต้องฝึกเป็นประจำทุกวันเพื่อเป็นการฝึกพลังปราณ ซึ่งเมื่อชำนาญเเล้วจะเป็นการหายใจที่มีพลังซีวิตที่มีอานุภาพมากกว่าคนธรรมดาทั่วไป เป็นรากฐานสำหรับผู้ที่จะเรียนวิชาอาคม เเละสำหรับวิชาทางด้านเมตตานั้นก็เช่นกันต้องฝึกจากการหายใจอย่างช้าๆ ก่อนเพื่อเป็นการปรับพลังปราณ เเล้วเเผ่เมตตาออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ดังนี้

”ข้าพเจ้าเป็นสุขเเล้ว ขอให้สัตว์โลกทั้งหลาย เป็นสุขเป็นสุขเถิด” ”ข้าพเจ้าเป็นสุขเเล้ว ขอให้สัตว์โลกทั้งหลาย จงพ้นจากความทุกข์เถิด” ”ข้าพเจ้าเป็นสุขเเล้ว ขอให้สัตว์โลกทั้งหลาย เลิกเบียดเบียนกันเถิด” ”สัตว์โลกทั้งหลาย เป็นสุขเเล้ว ขอให้ข้าพเจ้าเป็นสุขทุกเมื่อเถิด”

ได้รับการเอื้อเฟื้อข้อมูลโดย:เพจ นักเลง โบราณ ตำนานหนังเหนียว

หากท่านใดที่ต้องการหนังสือเรื่องราวของอาจารย์ไพฑูรย์ พันธ์เชื้องาม ติดต่อได้ที่เพจ นักเลงโบราณตำนานหนังเหนัยว

ขอขอบคุณ เครดิตที่มารูปภาพประกอบบทความมา ณ ที่นี้

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this:
search previous next tag category expand menu location phone mail time cart zoom edit close