สยบพวกลองวิชา แทงทะลุพื้นไม้แตกเป็นเสี่ยงๆด้วยมือ

หลวงปู่ซุน พระเถราจารย์ผู้เข้มขลังเมืองตักสิลานคร (มหาสารคาม) ภิกษุผู้มีตบะบารมีแก่กล้า ศิษย์หลวงปู่สำเร็จลุน แห่งเมืองนครจำปาศักดิ์ พระครูสุนทรสาธุกิจ (หลวงปู่ซุน) วัดบ้านเสือโก้ก เกิดเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๒๙ บิดาชื่อ คำตัน มารดา ชื่อ ผล เป็นบุตรคนที่ ๘ ในจำนวนพี่น้องร่วมบิดามารดา ๑๐ คน เกิดที่บ้านเปือย เขตอำเภอเมืองจังหวัดร้อยเอ็ด คุณพ่อคำตันตั้งชื่อบุตรชาย คนนี้ว่า ซุน นามสกุล ประสงค์คุณ เมื่อเด็กชายซุน อายุได้ ๕ ขวบ บิดา มารดา ได้พาย้ายถิ่นที่อยู่ เพื่อหาแหล่งทำกินใหม่ พร้อมกับญาติพี่น้องหลายครอบครัว มาอยู่ที่บ้านหนองเสือโฮ้ก (บ้านเสือโก้กในปัจจุบัน) โดยการเดินเม้ามา เมื่ออายุ ๑๔ ปีจึงได้บรรพชาเป็นสามเณร ที่วัดบ้านเสือโก้ก โดยมีพระอาจารย์สีดาเป็นผู้บรรพชาให้

เมื่อบวชเป็นสามเณรท่านได้ออกธุดงศ์เพื่อศึกษาหาความรู้ ตามสถานที่ต่างๆจนกระทั่งไปถึงใกล้เขตประเทศลาว ได้ข่าวว่ามีพระเกจิชื่อดังอยู่ที่ฝั่งลาว จึงตัดสินใจข้ามไปฝั่งประเทศลาว เพื่อที่จะขอฝากตัวเป็นศิษย์กับพระอาจารย์ พระอาจารย์องค์นั้นคือ สมเด็จลุน แห่งแขวงจำปาศักดิ์ ด้วยความขยัน เคร่งในวินัย สามเณร ซุน (ในขณะนี้) จึงได้รับความรู้ทั้งการเรียน และการอ่านหนังสือภาษาขอมและลาวได้เป็นอย่างดี พร้อมทั้งคาถาอาคมต่างๆต่อมาจึงได้กราบนมัสการลาพระอาจารย์กลับบ้านประเทศไทย

ครั้นอายุได้ ๒๐ ปี ครบอุปสมบทเป็นพระภิกษุ จึงได้เข้าอุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๔๙โดยมีพระครู อินทวงษาภิบาลเป็นพระอุปัชฌาย์ วัดคุ้ม ในเมืองร้อยเอ็ด มีพระอธิการ คือ วัดบ้านหนองไหล เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอธิการ คัมภีร์ วัดบ้าน บาก เป็นพระ อนุสาวนาจารย์เมื่อบวชเป็นพระแล้ว ท่านก็ได้พัฒนา บำรุงพุทธศาสนา ตลอดจนถนนหนทาง หนองน้ำเพื่อให้เป็นแหล่งอาศัยของญาติโยม ทำตนเป็นที่พึ่งพิงของผู้คนทุกชนชั้น จนเป็นที่เลื่อมใสของผู้อื่นอย่างมากมายจนได้รับพระราชทานสมณะศักดิ์เป็นพระครู สุนทรสาธุกิจ

พระครูสุนทรสาธุกิจ (หลวงปู่ซุน) วัดบ้านเสือโก้ก

สืบเนื่องจากท่านไม่เป็นคนอยู่นิ่ง ชอบพัฒนา มองกาลไกล ที่หมู่บ้านสนามในกลางป่ามีปางค์กู่เก่า มีวัตถุโบราณ ของมีค่ามากมาย และสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ มีผู้คนเข้ามากราบไหว้เป็นประจำแม้จะอยู่กลางป่า ท่านจึงคิดอยากจะสร้างองค์พระพุทธรูปใหญ่ เพื่อครอบวัตถุโบราณไว้เพื่อป้องกันมิให้ศูนย์หาย ในคืนหนึ่งท่านจึงได้มานอนพักแรมที่แห่งนี้ และได้ตั้งจิตอธิฐานกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่า ตัวท่านขออนุญาตสร้างองค์พระใหญ่ หากว่ามีบุญบารมีพอที่จะสร้างเสร็จขอให้เข้านิมิตรหรือหากจะไม่สำเร็จประการใดขอให้ชี้แนะในนิมิตรนั้น

จนรุ่งเช้าท่านจึงได้บอกกับญาติโยมผู้ติดตามว่า เราจะสร้างพระพุทธรูปใหญ่ ณ ที่แห่งนี้ ขอให้ญาติโยมทั้งหลายบอกกล่าวต่อๆไป และจนในที่สุด ท่านก็ได้เริ่มก่อสร้างองค์พระพุทธรูปใหญ่ขึ้นในป่า เมื่อปี พ.ศ. และแล้วเสร็จในปี พ.ศ. โดยมีชาวบ้าน สนาม – เสือโก้ก บ้านใกล้เคียงและที่สำคัญคือผู้เลื่อมใสท่านทางจังหวัดร้อยเอ็ด อย่างเจ้าของรถโดยสาร เสี่ยประเสริฐ (เสี่ยเซ้ง) ชื่อจริงว่า ประเสริฐ อินทรกำแพง พร้อมทั้งครอบครัว และเพื่อนๆ มาช่วยในทุกๆด้าน จนสร้างได้สำเร็จอย่างไม่ยากนัก และองค์ประพุทธรูปใหญ่องค์นี้ ท่านได้ตั้งชื่อ ปรางค์ว่า พระพุทธนิมิต ชินราชมัธยมพุทธกาล

ดังปรากฏเป็นหลักฐานไว้ให้ผู้คนชาวพุทธได้กราบไหว้บูชา ตราบจนถึงทุกวันนี้ และทุกปีของวันเพ็ญเดือน ๕ (คือ ๑๕ ค่ำ เดือน ๕) ของทุกๆปีจะมีประเพณีสรงกู่ ณ วัดกู่สุนทราราม (วัดกู่สนาม) บ้านกู่สนาม ตำบลเสือโก้ก อำเภอวาปีปทุมจังหวัดมหาสารคาม วัดกู่สนามแห่งนี้ ท่านได้ตั้งขึ้นพร้อมกับสร้างองค์พระใหญ่ และเมื่อท่านสร้างเสร็จไม่นานท่านก็เริ่มอาพาธ และในที่สุดท่านก็ได้จากญาติโยมไปด้วยโรคชรา มรณภาพที่วัดกู่สุนทราราม (วัดกู่สนาม) เมื่อวันที่ ๒๙กันยายน ๒๕๐๔ สิริอายุได้ ๗๖ พรรษา

บุญญาภินิหารหลวงปู่ซุน

กาลครั้งหนึ่งคุณตาทองแดง อดีตผู้จัดการวงหมอลำ (หัวหน้าวงหมอลำ) คณะหนึ่งในโผล่งฟ้าในอดีตปัจจุบันเป็นคณะดอกฟ้าสารคาม ยกให้ลูกชายสานต่อ ท่านคือตาผมเอง เป็นลูกศิษย์ที่สืบทอดวิชาจากหลวงปู่ วิชาครูอ้อ วิชามหาช้างเทียมแม่(ตัวผู้) และ (ตัวเมีย) ฯลฯ สืบทอดวิชาในช่วงปี พ.ศ.๒๔๙๘-๒๕๐๐ ล้ำเรียนวิชากับหลวงปู่ถึงสองปีเต็ม เรียนกับเพื่อน ปัจจุบันเป็นทหารเกษียนราชการ แต่ก็ยังกลับมาไหว้ครูทุกปี จนหลวงปู่สิ้นอายุไข…..

เรื่องมีอยู่ว่า ในช่วงปี ๒๔๙๘-๒๔๙๙ในขณะที่หลวงปู่จำวัดอยู่ ก็มีบุคคลที่ปกปิดใบหน้าหนึ่งคน นำมะพร้าวมาด้วยสองลูก เพื่อจะมาถวายหลวงปู่ (ลองวิชา) พอเดินมาถึงกุฏิหลวงปู่ ก็ได้ยกลูกมะพร้าวขึ้นเหนือหัว แล้วเอาสองมือจับลูกมะพร้าวบีบมะพร้าวแตกคามือ แล้วเอามือปาดนวนมะพร้าวพร้อมถวายใส่มือ ให้หลวงปู่ บอกหลวงปู่ว่าให้ไปจากนี้เถิด… หลวงปู่เลยตอบไปว่า “สิให้ไปใสน้อพ่อออก เก่งปานนั้นติพ่อออก”

พอหลวงปู่พูดจบ หลวงปู่ยกนิ้วทั้งห้าพนมมือ แล้วใช้อีกมือแทงลงไปในพื้นไม้ที่อยู่กุฏิท่าน ไม้มีความหนาประมาณ ๔นิ้ว แล้วสะบัดมือจนไม้แตกเป็นสายไปถึงคนที่นำมะพร้าวมาถวายหลวงปู่ ทันใดนั้นบุคคลนั้นก็กราบหลวงปู่สามครั้งแล้วเดินหนีไป โดยไม่หันหน้ากลับมาอีกเลยเป็นอีกคำเล่าขานที่ผมได้ยินมาจากตาผมเอง ซึ่งปัจจุบันท่านเสียชีวิตแล้ว เหลือเพียงแต่ตำนานที่ท่านได้เล่าให้ฟัง และพระคาถาที่ตาได้สั่งสอนไว้ให้ใช้ยามคับขัน วัตถุมงคลที่ตาได้จากหลวงปู่ มีรูปถ่ายเหรียญรุ่นแรก รุ่นสอง ตะกรุด สืบถอดมรดกให้น้องชายยังมีชีวิตอยู่ ของทุกชิ้นยังเหลือครบ

Cr.หน่อย กันทรวิชัย

โจรลักวัวหลวงพ่อซุน!!

เรื่องราวที่ผู้คนเล่าขานสืบต่อกันมาเมื่อครั้งสมัยที่หลวงปู่ยังมีชีวิตอยู่จนถึงปัจจุบัน กับเหตุการณ์โจรขโมยวัว ขอย้อนเหตุการณ์ไปเมื่อครั้งนั้น ที่วัดของหลวงปู่มีวัวที่หลวงปู่เลี้ยงไว้ที่ชาวบ้านนำมาถวายที่ใช้สำหรับลากเกวียนหรือใช้งานอย่างอื่นภายในวัด หลวงปู่เป็นพระนักพัฒนาที่ไม่ยอมหยุดนิ่งมักหาสิ่งหนึ่งสิ่งใดทำอยู่ประจำตลอดเวลา รวมไปถึงการสร้างพระใหญ่อีกด้วย เนื่องจากในสมัยนั้นยังไม่มีความเจริญเท่าที่ควร วัวจึงเป็นพาหนะชั้นดีในการขนสิ่งของ

ในค่ำคืนอันเงียบสงัดกลับมีโจรอยากลองดีมาลักขโมยวัวซึ้งเป็นพาหนะของหลวงปู่ไป ไม่ละอายแก่บาปบุญคุณโทษ เเต่เหตุการณ์ที่ไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้น โจรใจบาปเหล่านั้นไม่สามารถนำวัวออกจากวัดหลวงปู่ได้ จูงวัวรอบวัดหาทางออกไม่เจอ เดินวนรอบวัดเป็นรอยเท้าคนและรอยเท้าวัวเต็มไปทั่วบริเวณวัด สันนิษฐานว่าคงจะเดินทั่งคืนเป็นแน่ โจรใจบาปคงจะรู้ตัวว่าเจอดีเข้าให้จึงพากันหลบหนีไปเฉพาะตัวเองทิ้งวัวที่จะขโมยไปไว้ที่วัดเหมือนเดิม พอรุ่งเช้ามาพระลูกวัดและชาวบ้านต่างพากันมาดูรอยเท้าคนที่จูงวัวรอบวัดกันทังคืนสร้างความประหลาดใจต่อสายตากันอย่างมากที่มีคนมาขโมยวัวหลวงปู่ไปแต่เอาไปไม่ได้ จนกลายเป็นคำเล่าขานสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน (ข้อมูลที่มีอาจจะเรียบเรียงได้ไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าไหร่นะครับแต่ก็พอที่จะให้ผู้ที่กำลังสนใจในเรื่องราวของหลวงปู่ได้ทราบกันไม่มากก็น้อยครับ ขอบคุณครับ)

Cr. กอล์ฟ Anupon

ขอขอบพระคุณท่านเจ้าของภาพ เจ้าของบทความ ที่มาเนื้อหาข้อมูลมา ณ ที่นี้

ขอบคุณข้อมูลจาก Cr.หน่อย กันทรวิชัย Cr. กอล์ฟ Anupon

ขอบคุณที่มาจาก ตำนานเล่าขานพระผู้ทรงฌานอภิญญา ครูบาอาจารย์ผู้เรืองวิชาอาคม

และ http://www.partiharn.com

เพื่อเผยแผ่กิตติคุณเป็นสังฆบูชา

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this:
search previous next tag category expand menu location phone mail time cart zoom edit close