สวดชยันโตฯ รูปเดียว ที่หน้าพระมหาปราสาท

สมเด็จพระพุฒาจารย์โตฯ หรือ ขรัวโต ท่านไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือนจริงๆ มีอยู่ครั้งหนึ่ง ที่ในวังมีพิธีโสกันต์ (โกนจุก) ขรัวโตท่านก็ได้รับนิมนต์ไปสวดไชยมงคลคาถา ตอนเช้าเมื่อท่านเดินทางไปถึงพระมหาปราสาท แต่ยังไม่ถึงเวลาเปิดพระทวาร(ประตู) ขรัวโตเห็นว่ามาถึงแล้ว ท่านก็เดินขึ้นบันไดหน้าพระมหาปราสาทไปถึงขั้นบนสุด แล้วท่านก็นั่งสวดชัยมงคลคาถาชยันโตโพธิยา ดังลั่นอยู่เพียงรูปเดียวถึงสามจบ จากนั้นท่านก็ไปนั่งฉันข้าวต้มที่ทิมสงฆ์ (ห้องพักพระสงฆ์ในพระราชวัง) แล้วจากนั้นก็ไปพักจำวัดในโรงม้าต้นที่อยู่ภายในบรมมหาราชวัง

ครั้นใกล้จะได้เวลาถึงพระฤกษ์สังฆการีประชุมพระราชคณะก็เข้าประจำที่กันหมด ขาดแต่เพียงขรัวโตไม่รู้ว่าท่านหายไปไหน จึงพากันตามหาทั้วบริเวณพระบรมมหาราชวัง ทำเอาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ทรงกริ้วขึ้นมา

พวกชาววังที่เห็นขรัวโต ก็บอกต่อๆกันไปว่า เห็นท่านหายเข้าไปในโรงม้าต้น พวกสังฆการีก็ไปเจอท่านและพากันรุมดันส่งเข้าไปในพระทวาร พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทอดพระเนตรเห็นเช่นนั้นก็ทรงกริ้วแหวรับสั่งว่าฉอดๆ ไม่ระวังรั้วงานราชการ เป็นขุนนางไม่ได้แฉกคืนเร็วๆ เอาชยันโตทีเดียว

ขรัวโตก็เดินชยันโตจนถึงอาสน์สงฆ์ แล้วนั่งลงเข้าแถวสวด พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ พระองค์ทรงคีบพระเมาลี พระบรมวงศานุวงศ์ผู้ใหญ่ก็คีบแลโกนเป็นลำดับไป ครั้นเสร็จแล้วทรงประเคนถวายพระสงฆ์แล้วเสด็จเข้าในพระฉาก

ขรัวโตก็นั่งนิ่ง เสด็จออกเร่งให้ยถา สมเด็จโตยถาแต่ไม่ตั้งตาลปัตร เวลานั้นพระองค์ทรงหันพระพักตร์ไปรับสั่งราชกิจอื่นๆ สมเด็จโตสวดยถาเรียบร้อยแล้วก็ลุกเดินดุ่มๆ ออกจากวังไปลงเรือข้ามฟาก พอพระองค์หันพระพักตร์กลับมารับสั่งถวายอติเรกจะรีบๆ พระราชาคณะรองๆ ลงมาก็ไม่มีใครกล้านั่งงันไปหมด เมื่อเห็นเป็นเช่นนั้นพระองค์จึงรับสั่งว่า

“อ้าว…!! สมเด็จฯ โตหายไปไหน?” มีผู้เห็นเหตุการณ์ทูลว่า “สมเด็จฯ โตท่านได้กลับไปแล้ว”

“อ้าว…!! พัดยังอยู่ชะรอยจะทำใจน้อยไม่เอาพัดไป เร็ว..! เอาพัดไปส่งให้นิมนต์ตัวมาถวายอติเรกก่อน” สังฆการีรีบออกตามเรียก

“ท่าเจ้าคุณขอรับ นิมนต์กลับมาก่อนมาเอาพัดแฉก” สมเด็จร้องตอบกลับไปว่า “พ่อจะมาตั้งสมเด็จกลางแม่น้ำได้หรือ” สังฆการีก็ตอบสวนไปว่า “มีรับสั่งให้หา…” และก็ไม่มีคำตอบจากขรัวโต

แต่ขรัวโตท่านได้กลับมาเข้าทางประตูต้นสน เดินดุ่มๆ เข้ามาในพระราชวัง…เสด็จจึงมีรับสั่งให้ถวายอติเรกเร็วๆ สมเด็จโตทูลว่า

“ขอถวายพระพร…ถวายไม่ได้”

เสด็จจึงรับสั่งว่า “ทำไมถวายไม่ได้”

“ขอถวายพระพร…เหตุพระราชบัญญัติตราไว้ว่า ให้พระราชาคณะถวายอติเรก บัดนี้อาตมาภาพกลายเป็นพระอันดับแล้ว จึงไม่ควรถวายติเรก ขอถวายพระพร”

“อ้อจริงๆ เอาสิตั้งกันใหม่ กรมวังออกหมายตั้งสมเด็จบอกวิเสทเลี้ยงพระอีก สังฆการีวางฎีกาเอาพระชุดนี้ก็ได้ วิเสททำไม่ทันก็ทำแต่น้อยก้ได้เพียง ๕ องค์ ศุภรัตน์เตรียมผ้าไตรตั้งและไตรพระชยันโต”

พวกสังฆการีวางฎีกาพระชุดโสกันต์กำหนดเวลาเลยกลับไม่ได้ เวลา ๕ โมงเสด็จออกทรงประเคนพระฉันแล้วประกาศตั้งสมเด็จ ทรงพระประเคนหิรัญบัฏประเคนไตร บาตร ตาลปัตร ย่าม พระชยันโตคราวนี้สมเด็จโตยกไตรแพรครองกลับเข้ามาอนุโมทนาแล้วถวายติเรก ถวายพระพรลา เป็นอันเสร็จพิธี

หมายเหตุ เรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับพิธีโสกันต์ (โกนจุก) ซึ่งทุกถ้อยคำเกี่ยวกับราชาศัพท์ เนื่องจากไม่เชี่ยวชาญคำราชาศัพท์ ถ้าผิดพลาดประการใดก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

อ้างอิงจากหนังสือ พระเกจิ ๕ แผ่นดิน

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this:
search previous next tag category expand menu location phone mail time cart zoom edit close