มือปราบกระดูกเหล็ก ปราบสองเสือร้ายแห่งเมืองสี่แคว

ในอดีตในเขตพื้นที่เมืองสี่แควได้มีสองเสือร้ายจอมอาคมนามว่าเสือถมและเสือทำ ซึ่งอ้ายเสือทั้งสองเป็นจอมวายร้ายทำลายความสงบของประชาชนในเขตจังหวัดนครสวรรค์ แต่ที่นับว่าร้ายกาจที่สุดก็คือมักจะลงมือกับเจ้าทรัพย์อย่างไม่เว้นแถมยังจัดการล้างเจ้าทรัพย์ทิ้งซึ่งที่มันปล้นอย่างฮึกเหิมนั้นก็เนื่องมาจากตำรวจกองเมืองนครสวรรค์ออกปราบปรามปะทะกันหลายครั้ง แต่สองเสือร้ายก็ใช้อำนาจพระคาถาอาคมและความจัดเจนพื้นที่เอาตัวรอดไป ฝากรอยแค้นไว้บนร่างอันไร้วิญญาณของบรรดาเหล่าตำรวจและกำนันผู้ใหญ่หมู่บ้านที่ริอาจคิดเป็นศัตรูกับมัน

ล่าสุดก่อนที่พระกล้ากลางสมรจะถูกส่งไปช่วยล่าเสือร้ายนั้น เสือทำได้พาพวกบุกไปถล่มกำนันและสายตรวจกองเมืองนครสวรรค์อย่างราบคาบ ที่อำเภอเมืองจังหวัดนครสวรรค์นเหตุการครั้งนั้นสามชีวิตที่ต้องสังเวยให้กับมันแถมยังได้เอาปืนของหลวงไปด้วย(พระรามหกล้างอาถรรพ์) พระกล้ามานครสวรรค์ในคราบนักท่องเที่ยวพักที่โรงแรมและได้เรียกผู้กำกับ กองเมืองไปหารือกันเป็นการลับเพราะพระกล้าไม่ต้องการให้เอิกเกริก ร. เมื่อมีเวลาพระกล้ากลางสมรก็แวะไปนมัสการหลวงพ่อเดิมที่วัดหนองโพเพื่อระลึกถึงพระคุณหลวงพ่อเดิมได้อวยชัยให้พรและเพิ่มเติมเครื่องรางของขลังให้อย่างเต็มที่เพื่อปราบเสือร้าย

ร.ต.ต. เผียน พลดี ทำหน้าที่นายตำรวจประสานงานร่วมกับจ่าฟ้อน ฉายากระดูกเหล็กและลูกแถวอีกจำนวนหนึ่งมาทำงานร่วมกับพระกล้า เป็นตำรวจนอกเครื่องแบบทั้งหมด ร.ต.ต.เผียน เล่าประสบการณ์การดวลกับเสือร้ายให้พระกล้าฟังอย่างออกรสชาติ “ตอนนั้นผมสืบมาได้ว่ามันจะปล้นโรงสีเถ้าแก่ชุนที่พยุหะคีรี ผมยกกำลังไปซุ่มคอยดักเล่นงานมันแต่มันก็เข้าอีกทางทางที่ผมไม่ได้วางกำลังไว้กว่าจะรู้มันปล้นได้แต่ตอนกลับมันกลับย้อนมาทางที่ผมเข้าซุ่มอยู่จึงเกิดดวลกัน ผมไล่ตามหลังมันไปติดติดผมเรียกชื่อมัน ด้วยปืนคู่มือถูกอย่างจัง มันเพียงแต่ชวนไปเท่านั้น ตั้งหลักได้หันมาลั่นไกใส่ผมจนต้องเข้าที่กำบัง อีกพักใหญ่มันจึงล่าถอยไปเห็นตัวมันไวๆวิ่งไปข้างหน้าที่โล่งๆ มันหายไปไหนก็ไม่รู้”

คุณพระกล้ากลางสมรฟังรายงานแล้วก็หน้านิ่วเพราะรู้ดีว่าเสือร้ายทั้งสองเป็นพวกมีคาถาอาคมขลังต้องล้างกันด้วยอาคม คุณพระเป็นห่วงตำรวจที่ไม่ค่อยจะมีเครื่องรางของขลังติดตัวกันมากนักมีก็ไม่ค่อยจะได้เรื่องจึงเสียเปรียบมาตลอด เสือถมและเสือทำ ชอบกันคนละอย่างเสือผมชอบเที่ยวผู้หญิงตามที่อโคจรแต่เสือทำชอบเข้าโรงยา จึงมักจะมาป้วนเปี้ยนอยู่ไม่ไกลจากที่อโคจรและโรงยามากนักหลังจากพระกล้ากลางสมรวางสายสืบไว้ไม่นานก็เริ่มได้เค้า พระกล้ากลางสมรเองถึงกับลงทุนไปนอนในโรงยาฝื่นเพื่อหาข่าวด้วยตัวเองโดยปลอมตัวเป็นพ่อค้าเจ้าของโรงยาจากอยุธยามาทำการค้าขาย

โรงยาที่เสือทำชอบมาเป็นประจำด้านหลังติดกับสวนอันรกครึ้มไปด้วยต้นไม้ใบหญ้า หากผิดสังเกตจะได้อาศัยความมืดและความรกเรื้อของพื้นที่หนีเงื้อมมือตำรวจไปได้ คืนนั้นสายที่วางไว้ในโรงยามารายงานพระกล้ากลางสมรว่าเสือทำมาที่โรงยาและเข้าที่ดูดยาอยู่แล้ว พระกล้าสั่งให้ตำรวจทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้นอยู่ในความสงบอย่าได้แสดงความเคลื่อนไหว ส่วนพระกล้ากลางสมรจะเข้าไปในโรงยาเพื่อจับเสือทำด้วยตัวเอง

โรงยาฝิ่ นสมัยนั้นเป็นห้องโล่งๆ นอนเรียงกันไปตามขวางจะกั้นห้องให้เฉพาะลูกค้าที่เงินหนา และมานอนสูบครั้งละหลายเงินหน้าห้องไม่มีประตู แต่มีเพียงผ้าม่านกั้นเอาไว้ตระกร้ามองดูหน้าห้องที่สายสืบชี้แล้วบอกให้สายสืบหลบออกไปคุมเชิงอยู่ห่างๆ เพราะเกรงว่าจะถูกลูกหลงจากการดวลปืน

พระกล้ากลางสมรกระตุกปืนพกจากเอวมากระชับไว้ในมือขวามือซ้ายเอื้อมไปรวบผ้าม่านแล้วเลิกขึ้นปากก็ร้องว่า” อ้ายเสือทำ นี่กูพระกล้ากลางสมรมาตามล่ามึ..ง” สิ้นเสียงพระกล้าก็มองเห็นดาวพราวตาเมื่อหมอนกระเบื้องสำหรับหนุนศีรษะขิ้ ยาถูกเสือทำเหวี่ยงสกัดออกมาถูกหน้าผากพระกล้าเต็มเปา พระกล้าเหนี่ยว ลั่นลูกตะกั่วในปืนเข้าใส่เสือทำ ไล่เลี่ยกับเสือทำก็ลั่นไกเข้าหาเหมือนกันเสียงปีนคำรามดังขึ้นประสานกันสนั่นโรงยา

ทำให้ขิ้ยาแตกตื่นหนีกันอลหม่านพระกล้าถูกเข้าที่ลิ้นปี่ตัวงอไม่เข้าเสือทำถูกเข้าที่หน้าอกด้านซ้ายเป็นจุดตายแต่ไม่เข้าเช่นกัน เสือทำพุ่งตัวออกจากหน้าต่างพระกล้าพุ่งเข้าไปยิงไล่หลังไปดังสนั่นแต่เสือทำเร้นกายไปกับความมืดแล้ว การดวลกันทำให้ลูกหลงจากเสือทำไปถูกเจ็กเส็งกุลีแบกข้าวที่คอหอยพอดีผลการพิสูจน์ปรากฏว่าเป็นคนละกระบอกกับที่คุณพระใช้เสือทำจึงมีคดีเพิ่มขึ้นอีก

พระกล้าตามล่าเสือทำและเสือถมจนพบจุดจบในที่สุด จึงกลับมารายงานหลวงอดุลย์ เดชจรัสอธิบดีตำรวจ เพื่อรับความดีความชอบตามควรแก่ความกล้าหาญที่ได้ดับร้อนให้แก่แผ่นดินภายใต้ยูนิฟอร์มของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ พระกล้ากลางสมรถึงแก่กรรมด้วยโรคชราหลังจากปลดเกษียณราชการ มีลูกหลานในตระกูลกล้ากลางสมรซึ่งเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ดำเนินรอยตามสืบมาอีกหลายท่านด้วยกัน

พระกล้ากลางสมรได้กล่าวกับประดิษฐ์ลิ้มประยูรเป็นการจบท้ายว่า ” ผมเคารพหลวงพ่อเดิมเหมือนพ่อบังเกิดเกล้าของผมอีกท่านหนึ่งชีวิตของผมฝ่าคมหอกคมดาบและเหล่าร้ายมาได้ด้วยบารมีหลวงพ่อเดิม” ใต้รอยบาทของท่านทำให้ผมมีกำลังใจมีความเชื่อมั่นทุกครั้งที่เข้าปะทะกับเหล่าร้ายผมไม่เคยเลือดตกยางออกเลยแม้แต่ครั้งเดียวหลวงพ่อเดิมท่านศักดิ์สิทธิ์นักทีเดียว

*เนื้อหาข้อมูลได้่รับการ © สงวนลิขสิทธิ์ จากทางเจ้าของ อนุญาตให้ใช้เผยเเพร่และทำการแชร์เนื้อหาได้จากทางเพจ นักเลง โบราณ ตำนานหนังเหนียว ผู้เช่าลิขสิทธิ์ปัจจุบันได้เพียงเท่านั้น *

ผู้เขียนและเรียบเรียง สุรเวท เสนภูษา *จากหนังสือใต้รอยบาทหลวงพ่อเดิม *

เเฟนเพจท่านใดชอบหรือศรัทธาอยากจะศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับหลวงพ่อเดิมเพิ่มเติมก็สามารถเข้าไปกดติดตามกันได้จากทางเพจ ใต้รอยบาทหลวงพ่อเดิม๛ กันได้เลยนะครับ

*แฟนเพจท่านใดต้องการที่จะศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับมีดหมอและเครื่องรางของหลวงพ่อเดิมนั้นสามารถกดเข้าไปติดตามได้ที่ กลุ่มบารมีหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ ได้เลยครับ รับรองว่าไม่มีผิดหวัง *

ขอขอบพระคุณเครดิตที่มารูปภาพประกอบโดย คุณ ทินกร ชำนาญ และท่านแอดมินเอก ไพศาลีกลุ่มบารมีหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพเป็นอย่างสูงไว้ ณ ที่นี้

ขอขอบคุณ เครดิตที่มารูปภาพประกอบเนื้อหาบทความมา ณ ที่นี้

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this:
search previous next tag category expand menu location phone mail time cart zoom edit close