ในหลวงรัชกาลที่ ๙ กับ ท่านพุทธทาสภิกขุ การพบกันครั้งแรกและครั้งเดียวในประวัติศาสตร์

โดยปกติแล้ว คนทั่วไปมักจะระลึกถึงท่าน “พุทธทาสภิกขุ” ในฐานะของพระอริยเจ้าผู้มีปัญญาบารมีอันสูงส่ง บางคนอาจจะคิดว่า ท่านเป็นพระนักเทศน์ พระนักเขียน แท้จริงแล้วท่านเป็นพระนักปฏิบัติที่มีปฏิปทาธรรมอันแน่วแน่ แต่ท่านก็ไม่เคยเปิดเผยความแน่วแน่ด้านการปฏิบัติสมาธิเลย สิ่งที่ท่านพร่ำสอนล้วนเป็นธรรมะที่เน้นไปในทางปัญญาทั้งสิ้น มีเพียงลูกศิษย์คนสนิทไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ว่าท่านเป็นนักปฏิบัติ

ข้าพเจ้าเคยเห็นกระดาษโน้ตสั้นๆ ที่ท่านเขียนโครงหัวข้อและเนื้อหาสำหรับใช้ในการแสดงปาฐกถาธรรม ปรากฏว่า ท่านเขียนเอาไว้อย่างเป็นระบบระเบียบ มีหัวข้อใหญ่กับหัวข้อย่อยซ้อนกันถึง ๓-๔ ชั้น แสดงให้เห็นถึงปัญญาอันแยบคายของท่าน ธรรมะที่ท่านสอนจึงมีเนื้อหาลึกซึ้งจับใจ ธรรมะข้อใดที่สั้น แต่ยาก ท่านก็ขยายความให้ยาวและเข้าใจง่าย ธรรมะข้อใดที่ยาวและยาก ท่านก็ย่อให้สั้นและเข้าใจง่าย นี่คือ “อริยปัญญา” ของพระอรหันต์แห่งยุคกึ่งพุทธกาลอย่างแท้จริง

เมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๕๐๘ ท่านพุทธทาสได้บัญญัติคำศัพท์ภาษาธรรมขึ้นมาใหม่คำหนึ่งคือคำว่า “จิตว่าง” ด้วยเหตุแห่งคำว่า “จิตว่าง” นี้เองที่กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในสังคมยุคนั้นและเป็นที่มาของวิวาทะ (ทางปัญญา) เรื่อง “จิตว่าง” ระหว่าง “ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช” กับ “ท่านพุทธทาส” เพราะคำว่า “จิตว่าง” นี้ ในความหมายของท่านพุทธทาสถือว่ามีความหมายลึกซึ้งกว่าที่คนทั่วไปเข้าใจกัน คนทั่วไปจึงมักจะไม่เข้าใจความหมายของคำว่า “จิตว่าง” ในภาษาธรรมของท่านพุทธทาส และคำว่า “จิตว่าง” นี้เองที่เป็นสิ่งยืนยันว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงติดตามศึกษาธรรมะของท่านพุทธทาสมาตลอด ผู้ที่เปิดเผยเรื่องนี้ก็คือ ท่านประธานองคมนตรี นายสัญญา ธรรมศักดิ์ ซึ่งเป็นลูกศิษย์ที่ใกล้ชิดกับท่านพุทธทาส ทั้งยังเป็นข้าราชบริพารที่ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทมากที่สุดคนหนึ่ง

ท่านสัญญา ธรรมศักดิ์ ได้เคยเล่าไว้ในปาฐกถาธรรมเรื่อง “ชีวิตกับการงาน” ว่า ในหลวงทรงมีพระราชกระแสรับสั่งเรื่อง “จิตว่าง” กับท่านหลายครั้งหลายหน เมื่อครั้งที่มีพระราชกรณียกิจที่ยุ่งยากพระทัย พระองค์ท่านจะตรัสว่า /“กลุ้มใจเหลือเกิน คิดอะไรไม่ออก”/ แต่เมื่อถึงเวลาที่พร้อมจะทรงงาน พระองค์จะตรัสว่า /“ตอนนี้จิตว่างเสียที”/

ท่านสัญญา ธรรมศักดิ์ เล่าต่อไปว่า คำว่า “จิตว่าง” ที่ในหลวงตรัสนี้ เป็นศัพท์ใหม่ที่ท่านพุทธทาสบัญญัติขึ้นตามที่ได้กล่าวมาแล้ว และมีนัยตรงกับความหมายของคำว่า “จิตว่าง” ในภาษาธรรมของท่านพุทธทาสทุกประการ

พระธรรมเทศนาเรื่อง “ธัมมวิจักขณกถา: ธรรมที่ควรพึงเห็นโดยประจักษ์” ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในโอกาสทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันวิสาขบูชา ณ วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร วันอังคารที่ ๒๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๐ รับพระราชทานถวายวิสัชนาโดย “พระราชชัยกวี” (พุทธทาส อินทปัญโญ) การรับพระราชทานถวายพระธรรมเทศนาของท่านพุทธทาสในครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในการพบกันระหว่างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับท่านพุทธทาส หลังจากนั้น ต่างฝ่ายต่างก็ปฏิบัติหน้าที่ของตนจนไม่มีโอกาสได้พบกันอีกเลย…

ขอขอบพระคุณที่มาจาก http://www.partiharn.com

เผยแพร่เพื่อศึกษาอนุรักษ์เชิงประวัติศาสตร์

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this:
search previous next tag category expand menu location phone mail time cart zoom edit close