หลวงปู่จันทร์ วัดนางหนู บารมีแก่กล้า มีพระ เวทย์พุทธาคมอันเข้มขลัง

กล่าวถึงวิถีชีวิตของหลวงปู่จันทร์ ก่อนที่จะเข้าสู่ร่มผ้ากาสาวพัสตร์นั้น คล้ายกับ หลวงพ่อหรุ่น “เก้ายอด” วัดอัมพวัน คือ เคยเป็นโจรหรือเสือมาก่อน แต่แล้วเกิดสำนึกบาปและเหนื่อยหน่ายกับชีวิตเพศฆราวาส จึงตัดสินใจออกบวช จนกระทั่งมีชื่อเสียงโด่งดังเป็น “ยอดพระเกจิ” และมรณภาพ คาผ้าเหลืองในที่สุด เช่น เดียวกับหลวงพ่อหรุ่น ก่อนจะกล่าวถึงประวัติของท่าน ขอนำเสนอความเป็นมาของวัดนางหนูให้ทราบกันพอสังเขป

วัดนางหนู ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำลพบุรี ด้านทิศตะวันออก เป็นอาณาเขาของหมู่ 8 ตำบลโพธิ์เก้าต้นอำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี สร้างในสมัยอยุธยาตอนปลาย มีผู้เล่าสืบต่อกันมาว่า ยายหนู หรือ นางหนู เศรษฐินี เป็นผู้สร้าง จึงมีชื่อวัดมาแต่โบราณว่า “วัดนางหนู” ต่อมาในสมัยรัตนโกสินทร์ ได้มีการสังคายนาชื่อวัดให้ถูกต้องตามทำเนียบสงฆ์ วัดนางหนู จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น “วัดมุกสิกกาวาส”

โดยประวัติของ หลวงปู่จันทร์ เป็นชาวลพบุรีโดยกำเนิด เดิมชื่อ “จัน” หรือ “จันทร์” เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2395 ที่บ้านบางพุทโธ ตำบลตลุง อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ไม่ปรากฎว่าบิดามารดามีชื่อเสียง เรียงนามอย่างไร อุปนิสัยเป็นคนพูดจริงทำจริง และเจ้าชู้ด้วยความเจ้าชู้ของท่านในวัยหนุ่ม ทำให้ท่านชนะใจสาวงามแห่งบางพุทโธ สองสาวงามเป็นพี่น้องกัน คนพี่ชื่อนางสิน ส่วนคนน้องชื่อนางทรัพย์

กล่าวกันว่า ท่านร่ำเรียนวิชาอาคมต่างๆจากปู่ ซึ่งเป็นฆราวาสจอมขมังเวช อีกทั้งนิยมชมชอบการกินว่าน และอาบว่าน เพื่อให้ผิวกายคงทนต่อศาสตราวุธต่างๆ หรืออยู่ยงคงกระพันชาตรีนั้นเอง บ้างก็ว่า ท่านเคยบวชที่วัดหลวงสุวรรณาราม หนึ่งพรรษาแล้วสึกออกมาประกอบอาชีพและเผชิญภัยต้องคดี แล้วกลับมาบวชใหม่อีกครั้งหนึ่ง แต่บ้างก็ว่าท่านก่อคดีฆ่าคนตายจนต้องหลบหนีอาญา บ้านเมืองไปก่อนที่จะกลับใจมาบวช

โดยระหว่างที่ท่านยังหลบหนีคดีอยู่นั้น ท่านได้ไปร่ำเรียนวิชาอาคมจากพระเกจิอาจารย์ต่างๆ หากแต่ไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นท่านใดบ้าง มีบางท่านกล่าวว่า ท่านร่ำเรียนจาก หลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติการาม จังหวัดอยุธยา ด้วยความเป็นคนมีความสนใจเกี่ยวกับไสยเวทเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ท่านจึงดั้นด้นไปฝากตัวเป็นศิษย์สำนักต่างๆจนกระทั่งมีความสำนึกในบาปที่กระทำลงไป จึงตัดสินใจออกบวชเมื่อวัยกลางคน

หลวงปู่จันทร์ เข้าอุปสมบท ณ วัดบัว ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับวัดนางหนู โดยมี พระสังฆภารวาหะมุนี (เนียม) วัดเสาธงทอง พระเกจิชื่อดังในยุคนั้นเป็นพระอุปัชฌาย์ได้นามฉายาว่า “จันทโชติ” และจำพรรษาอยู่ ณ วัดบัว จนต่อมาเห็นว่าสภาพวัดนางหนู ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามชำรุด ทรุดโทรมมากเกือบจะร้างก็ว่าได้ และไม่มีพระภิกษุสามเณรจำพรรษาอยู่เลย ท่านจึงได้ย้ายไปพำนักอยู่ที่วัดนางหนู ทำการบูรณะปฏิสังขรณ์ ตลอดจนเสนาสนะต่างๆ จนมีความถาวรเป็นปึกแผ่นขึ้นมา

เมื่อท่านมาอยู่วัดนางหนู ท่านได้สร้างวัตถุมงคลและเครื่องรางของขลังหลายอย่างแจก แก่ลูกศิษย์ลูกหาที่สละแรงกาย และกำลังทรัพย์ในการปฏิสังขรณ์วัด เป็นการตอบแทนน้ำใจแก่สาธุชนทั้งหลาย หลังจากนั้นท่านได้รับตำแหน่งเป็น เจ้าอาวาส วัดนางหนู และมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วภาคกลางในฐานะพระเกจิอาจารย์ผู้มีอาคมเข้มขลัง จากชื่อเสียงที่ดังกระฉ่อนนี่เอง ทำให้ท่านได้รับเกรียรตินิมนต์เข้านั่งปรกในพิธีพุทธาภิเษก ณ พระอุโบสถวัดราชบพิธ เมื่อปี พ.ศ. 2481 และเป็นหนี่งในพระเกจิ 108 ที่ปลุกเสกพระพุทธชินราช รุ่นอินโดจีน วัดสุทัศน์ฯ เมื่อปี พ.ศ. 2485

ขอขอบพระคุณข้อมูลจาก ตำนานเล่าขานพระผู้ทรงฌานอภิญญา ครูบาอาจารย์ผู้เรืองวิชาอาคม

ขอขอบพระคุณรูปภาพจาก ท่าพระจันทร์

เอื้อเฟื้อโดย http://www.appgeji.com

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this:
search previous next tag category expand menu location phone mail time cart zoom edit close