“หลวงพ่อโต วัดอินทรวิหาร” ท่านโปรดปลาทูและไข่ต้ม

หลวงพ่อโต วัดอินทรวิหาร กรุงเทพฯ พระพุทธรูปปางอุ้มบาตรสูง ๑๖ วา กว้าง ๕ วา ๒ ศอก สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหมรํสี) เริ่มสร้างเมื่อปี ๒๔๑๐ ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๔ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ในขณะนั้นท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม แต่ลงมาควบคุมการก่อสร้างเอง เมื่อการก่อสร้างดำเนินมาได้เพียงพระนาภี ( สะดือ ) ท่านก็มรณภาพลง ณ ศาลาใหญ่วัดบางขุนพรหม หรือ วัดอินทรวิหาร ในปัจจุบัน

ต่อมาพระครูธรรมานุกูล (ภู จนฺทเกสโร) ซึ่งร่วมสร้างหลวงพ่อโต กับสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โตพฺรหฺมรํสี) มาแต่ต้น ได้ดำเนินการก่อสร้างต่อมาจนถึงปี พ.ศ. ๒๔๖๓ พระครูธรรมานุกูล (ภู จนฺทเกสโร) มีอายุ ๙๑ ปี พรรษาที่ ๗๐ ชราภาพมากแล้ว จึงได้ยกขึ้นเป็นกิตติมศักดิ์ ท่านจึงมอบฉันทะให้ พระครูสังฆบริบาล (แดง) แห่งวัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพฯ ช่วยบูรณปฏิสังขรณ์ต่อจากเดิมหากดำเนินก่อสร้างสำเร็จเพียงบางส่วนเท่านั้น

ในปี พ.ศ. ๒๔๗๖ พระครูสังฆรักษ์ (เงิน อินฺทสโร) ภายหลังได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะที่ “พระอินทรสมาจาร” ได้ดำเนินการก่อสร้างจนแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๖๗ และได้จัดให้มีงานสมโภชเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ ๔- ๖มีนาคม พ.ศ. ๒๔๗๑ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ (หม่อมเจ้าภุชงค์ ชุมพูนุท) เสด็จมาทรงเป็นประธานฝ่ายสงฆ์, สมเด็จเจ้าฟ้าฯกรมพระนครสวรรค์วรพินิจ เสด็จมาทรงเป็นประธานฝ่ายคฤหัสถ์ เปิดงานสมโภชองค์หลวงพ่อโต

หนังสือประวัติหลวงพ่อโต วัดอินทรวิหาร ปี พ.ศ. ๒๔๙๐ ได้กล่าวถึงการปฏิสังขรณ์องค์หลวงพ่อโตของพระอินทรสมาจาร (เงิน อินฺทสโร) ไว้ว่า ถึงปีชวด พ.ศ. ๒๔๖๗ พระครูอินทรสมาจาร (เงินอินฺทสโร) เมื่อครั้งยังเป็นพระครูสังฆรักษ์ ย้ายมาจากวัดปรินายกมาเป็นเจ้าอาวาสวัดอินทรวิหารได้จัดการสร้างพระโตต่อมา โดยเป็นประธานบอกบุญเรี่ยไรจากประชาชนทั่วไป ผู้ช่วยเหลือที่เป็นกำลังสำคัญของท่านพระครูอินทรสมาจารที่ควรกล่าวให้ปรากฏคือ เจ้าคุณและคุณหญิงปริมาณสินสมรรถพระประสานอักษรกิจ สิบเอกอินทร์ พันธุเสนา และนางพลัด พันธุเสนา พระครูอินทรสมาจารทำการก่อสร้างอยู่ ๔ ปี จึงสำเร็จสมบูรณ์ (สิ้นเงินประมาณ ๑๐,๐๐๐ บาท)

บนยอดพระเกศหลวงพ่อโตประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุซึ่งรัฐบาลประเทศศรีลังกาได้มอบให้กับรัฐบาลไทย แล้วมอบต่อให้วัดอินทร์เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๓ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ แทนพระองค์ในพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขึ้นประดิษฐาน

ปัจจุบันมีงานฉลองพระพุทธรูปเป็นเทศกาลประจำปี ระหว่างวันที่ ๑- ๗ เมษายน ของทุกปี เทศกาลประจำปีงานนมัสการและปิดทองพระโต หลวงพ่อโต วัดอินทรวิหาร หลวงพ่อโตวัดอินทร์ เป็นประจำทุกปี

ประวัติวัดอินทรวิหาร ( วัดอินทร์ ) วัดอินทรวิหาร ตั้งอยู่ในย่านบางขุนพรหม บนถนนวิสุทธิกษัตริย์ ใกล้สี่แยกบางขุนพรหม คนละฝั่งกับธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นวัดที่มีมาก่อนสมัยรัตนโกสินทร์ เดิมเรียกว่า วัดบางขุนพรหมนอก เดิมเป็นวัดราษฏร์ สร้างขึ้นราวปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา ชื่อว่า วัดบางขุนพรหมนอก ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ ๑ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานที่ดินในตำบลบางขุนพรหม

ให้เป็นที่ตั้งบ้านเรือนของครอบครัวเชลยชาวเวียงจันทน์ เจ้าอินทร์ ผู้เป็นน้าชายของ เจ้าน้อยเขียวค่อม พระสนมเอกในรัชกาลที่ ๑ ได้ทำการบูรณะวัดแห่งนี้ซึ่งอยู่ในถิ่นที่อยู่ของพวกตน แล้วนิมนต์ พระอรัญญิก พระสงฆ์ชาวเวียงจันทน์ที่อพยพมาด้วยกันนั้นขึ้นปกครองวัด วัดแห่งนี้จึงได้ชื่อเรียกใหม่ตามชื่อของเจ้าอินทร์ผู้เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการบูรณะวัดว่า วัดอินทราราม หรือ วัดอินทร์

ต่อมามีการบูรณะอีกครั้งหนึ่ง ผู้บูรณะคือ เจ้าอินทวงศ์ พระราชโอรสในสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิ์พลเสพ เจ้าคุณพระอรัญญิก เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านวิปัสนาธุระ เคยเป็นพระอาจารย์ของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต )

จนกระทั่งถึงรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ มีพระราชดำริว่านามของวัดนี้ไปซ้ำกับวัดอินทรารามที่บางยี่เรือใต้ ฝั่งธนบุรี จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามให้ใหม่ว่า วัดอินทรวิหาร แต่ชาวบ้านก็ยังคงนิยมเรียกกันว่า “วัดอินทร์” “วัดอินทร์บางขุนพรหม” หรือ “วัดหลวงพ่อโต”

ความศักดิ์สิทธิ์ขององค์หลวงพ่อโต และบารมีเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี ที่วัดอินทรวิหาร บางขุนพรหม กรุงเทพฯ ในที่นี้จะกล่าวถึงอภินิหารพระโตวัดอินทรวิหารเป็นนิทัศนุทาหรณ์พระโตองค์นี้เป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์มาก ว่าสามารถคุ้มกับสรรพภัยพิบัติและให้เกิดสุขสวัสดิ์ลาภผลอย่างมหัศจรรย์ ดังพรรณนาไว้ในเรื่องประวัติ พิมพ์เมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๓๙๐ (หนังสือประวัติวัดระฆัง ประวัติสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี คณะสงฆ์วัดระฆังโฆสิตาราม พิมพ์แจกในงานพระราชทานเพลิงศพพระเทพสิทธินายก (นาค) วันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๑๔, หน้า๑๑๖.)คัดมาลงไว้ดังต่อไปนี้

อภินิหารของหลวงพ่อโตศักดิ์สิทธิ์มาก ดังเป็นที่ประจักษ์อยู่แล้วโดยทั่วกัน สักขีพยานซึ่งได้เห็นกันอยู่ในเร็วๆนี้ ในระหว่างที่บ้านเมืองกำลังอยู่ในระหว่างสงคราม (พ.ศ. ๒๔๘๔-๒๔๘๗) หลวงพ่อโตหาได้กระทบกระเทือนอย่างใดไม่คงอยู่เป็นมิ่งขวัญ เป็นที่สักการะของชาวเราอยู่ตลอดไป ได้มีผู้กล่าวสรรเสริญถึงอภินิหารความศักดิ์สิทธิ์ของท่านอยู่เสมอมิได้ขาด ในยามสงครามประชาชนในเขตอื่นๆอพยพกันเป็นจ้าระหวั่น แต่ในบริเวณเขตหลวงพ่อโตมิใคร่จะมีใครอพยพกัน ซึ่งมีบางท่านกล่าวว่า จะไม่ยอมไปไกลจากองค์หลวงพ่อโตเป็นอันขาด

แต่มีบางท่านจะต้องอพยพได้ไปลาสมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสส เทโว) วัดสุทัศน์ มีรับสั่งว่า อย่าไปเลยในบริเวณวัดอินทรวิหารเหมาะสมและปลอดภัยดีแล้ว เพราะหลวงพ่อโตท่านคุ้มครองอยู่ คงจะปัดเป่าภยันตรายไปได้ และสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) ท่านเป็นผู้สร้างได้ทำไว้ดีแล้ว ประชาชนส่วนมากในวัดอินทรวิหารจึงไม่ใคร่อพยพจากไป นอกจากนั้นเมื่อมีภัยทางอากาศเกิดขึ้นในคราวใดประชาชนในเขตอื่นๆยังพลอยหลบภัยเข้ามาอาศัยอยู่ในบริเวณหลวงพ่อโตเป็นจำนวนมาก ปรากฏว่ามีเรื่องเครื่องบินมาทิ้งระเบิดบริเวณวัดอินทรวิหารเหมือนกัน เป็นลูกระเบิดเพลิงรวมด้วยกัน๑๑ลูก แต่ไม่ระเบิด และไม่เกิดเพลิงอย่างใด

ในครั้งต่อมาได้มีเครื่องบินมาทิ้งระเบิดที่ตำบลเทเวศร์ โดยเฉพาะองค์หลวงพ่อโตวัดอินทรวิหารใกล้กับจุดอันตรายมาก แต่หาเป็นอันตรายแม้แต่น้อยไม่ ซึ่งประชาชนส่วนมากที่หลบภัยเข้ามาในบริเวณหน้าหลวงพ่อโต มองเห็นฝูงเครื่องบินมาทิ้งระเบิดบ่ายโฉมหน้าพุ่งตรงมายังหลวงพ่อโต ครั้นมาถึงในระยะใกล้เครื่องบินฝูงนั้นก็วกไปทิศอื่นเสีย ซึ่งประหนึ่งว่าหลวงพ่อโตท่านโบกพระหัตถ์ให้ไปทางทิศอื่นเสีย ประชาชนและบ้านเรือนในเขตบริเวณหน้าหลวงพ่อโตวัดอินทรวิหาร จึงหาเป็นอันตรายแต่ประการใดไม่

เรื่องที่กล่าวมานี้นับว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์อยู่มิใช่น้อย นี่ก็แสดงให้เห็นอยู่แล้วว่าหลวงพ่อโตวัดอินทรวิหารท่านมีอภินิหารความศักดิ์สิทธิ์มากเพียงใด จนกระทั่งในทุกวันนี้ประชาชนก็พากันไปนมัสการสักการะบูชามิได้ขาด ชาวต่างประเทศที่เดินทางเข้ามาชมพระนคร ก็ยังเลยมานมัสการหลวงพ่อโตเสมอกฤดาภินิหารของหลวงพ่อโตเล่าขานกันไม่รู้จักจบสิ้น ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดแต่อย่างใด ที่เห็นปลาทูและไข่ต้มวางเรียงรายละลานตาหน้าพระบาททองของหลวงพ่อโตที่นำมาแก้บนกฤดาภินิหารหลวงพ่อโตนั้นท่านอยู่มา ๑๐๐ กว่าปีแล้ว เป็นพระที่สำคัญของกรุงรัตนโกสินทร์

หนังสือประวัติหลวงพ่อโต วัดอินทรวิหาร ปี พ.ศ. ๒๔๙๐

ขอบคุณที่มาจาก ตำนานเล่าขานพระผู้ทรงฌานอภิญญา ครูบาอาจารย์ผู้เรืองวิชาอาคม

และ http://www.partiharn.com

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this:
search previous next tag category expand menu location phone mail time cart zoom edit close