อาวุธ 5 ชนิด ในมีดหมอของ “หลวงพ่อเดิม”

ไพฑูรย์ย้ำกับผู้เขียนว่าบูชาหลวงพ่อเดิมดุจเดียวกับพ่อบังเกิดเกล้าคนที่สอง ทั้งนี้เพราะหลวงพ่อเดิมมองศิษย์ทุกคนเท่าเทียมกันเหมือนลูกของท่าน นายทหารพระธรรมนูญ ต้องคดีอาญากลายเป็นอาชญากร แต่หลวงพ่อไม่เคยเห็นเป็นอย่างนั้น ทุกครั้งที่ไพฑูรย์ลอบเข้ากราบแทบเท้าหลวงพ่อเดิม แม้จะปลอมตัวอย่างใดท่านก็จำได้และทักได้ถูกทุกครั้งโดยใช้คำว่า “โยมเปีย” อันเป็นชื่อเล่นของไพฑูรย์ที่ได้นมัสการให้หลวงพ่อเดิมได้ทราบไว้ ดังนั้นเมื่อไพฑูรย์ไปนมัสการ ท่านจะเรียกไพฑูรย์ว่า “โยมเปีย ” เงินที่ไพฑูรย์ถวายร่วมสร้างโบสถ์วิหารหลวงพ่อไม่เคยปฏิเสธ ท่านบอกกับไพฑูรย์ว่า “โยมเปียศรัทธามีค่ากว่าสิ่งใด มีค่ามากกว่าเงินที่นำมาถวายเสียอีก”

ศรัทธาทำให้ทุกอย่างประสบความสำเร็จได้ที่สุด ทำอะไรก็ตามหากขาดศรัทธาเสียแล้วย่อมไม่อาจประสบความสำเร็จได้ โยมมีศรัทธาทำบุญ ”อาตมาก็มีศรัทธาที่จะนำเงินของโยมเปียไปสร้างกุศลไว้ในพระบวรศาสนาทั้งหมด”

มีศิษย์หลวงพ่อเดิมอีกคนหนึ่งคือ คุณประดิษฐ์ ลิ้มประยูร เป็น พขร. ที่เป็นแชมป์มวยสากลเสื้อสามารถ มีเชิงมวยสากลเป็นที่ยอมรับ เอ่ยชื่อ ประดิษฐ์ รฟท. ไม่มีใครไม่รู้จัก วันหนึ่งขับรถไฟมาจากเชียงใหม่ มีการค้นพบฝิ่นสุกใส่เข่งปะปนกับสินค้ามา ตำรวจทำคดีแจ้งข้อหาร่วมกันค้ายาเสพติด ต้องถูกดำเนินคดี ประดิษฐ์ต่อสู้คดีเงินทองหมดคดียังอยู่ในชั้นอุทธรณ์ เงินค่าทนายความไม่มี

ประดิษฐ์ตัดสินใจให้ภรรยานำจดหมายที่ประดิษฐ์เขียนออกมาจากคุกคลองเปรมเก่าไปมอบให้หลวงพ่อเดิม ขออนุญาตสร้างรูปหล่อหลวงพ่อเดิมขนาด 5 นิ้ว ด้านหลังจารึกว่าประดิษฐ์ ลิ้มประยูร สร้างบูชาพระคุณ หลวงพ่อเดิมให้เอาดินสอกับกระดาษมาให้ หลวงพ่อเขียนใบอนุญาตแล้วลงนามกำกับ กรรมการวัดค้านโดยให้เหตุผลว่า นักโทษคดีค้ายาเสพติดจะมาสร้างรูปหล่อหลวงพ่อได้หรือ

หลวงพ่อเดิมกล่าวกับกรรมการวัดว่า “คนเราจะดูว่าดีหรือเลวด้วยรูปกายภายนอกหรือเป็นนักโทษคดีอาญาที่อยู่ในระหว่างสู้คดีได้หรือในคุกมิใช่จะมีแต่คนเลว แต่คนดีที่ชะตาลิขิตให้ต้องโทษเพราะถูกใส่ร้ายหรือไม่มีเงินมีทองมาสู้คดีได้มีอยู่เหมือนกัน อาตมาอนุญาตให้สร้างทุกอย่าง อาตมารับผิดชอบ”

ในที่สุด เงินที่ได้จากการให้บูชารูปหล่อหลวงพ่อเดิมที่ ประดิษฐ์ ลิ้มประยูร สร้าง ประดิษฐ์นำไปสู้คดี ในที่ศาลฎีกากลับคำ ตัดสินให้ปล่อยตัวจำเลยเพราะหลักฐานที่ตำรวจและอัยการนำสืบฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีความผิด (ฝิ่นทั้งหมดในคราวนั้นพอมาถึงกรุงเทพฯ ตำรวจกองปราบมารับไปปรากฏว่ากลายเป็นส้มมะขามเปียกไปหมด เล่าลือกันว่า มีคนระดับบิ๊กเล่นแร่แปรธาตุเพื่อเอาเงินมาเล่นการเมือง)

ประดิษฐ์ ลิ้มประยูร มากราบนมัสการหลวงพ่อเดิมที่วัดหนองโพ หลวงพ่อพรมน้ำมนต์พร้อมอวยให้ประดิษฐ์ ลิ้มประยูร ที่จะย้ายไปทำธุรกิจอยู่ที่เชียงใหม่ ประดิษฐ์ได้พบกับไพฑูรย์ที่เชียงใหม่ สนทนากันในฐานะศิษย์อาจารย์เดียวกันอย่างสนุกสนาน ปัจจุบัน ประดิษฐ์ ลิ้มประยูร ถึงแก่กรรมแล้ว

หลวงพ่อเดิมสร้างมีดหมอเป็นที่เล่าลือ มีดหมอสำนักใดก็ไม่ดังเท่า ทั้งนี้เพราะมีดหมอของหลวงพ่อนั้นรวมเอาอานุภาพของอาวุธ 5 ชนิดมาไว้ในมีดหมอ โบราณท่านบอกไว้ว่าอาวุธที่มีอานุภาพร้ายแรงที่สุดมีอยู่ 5 ชนิด

  1. ธรรมจักราวุธ (กงล้อแห่งพระธรรม) หรือจักราวุธ จักรกรดแห่งพระนารายณ์

  2. วชิราวุธ แห่งองค์อินทราธิราช

  3. คธาวุธ แห่งท่านท้าวเวสสุวัณ

  4. นัยนาวุธ แห่งท่านพญายมราช

  5. ทุสาวุธัง (ผ้ายันต์สีขาว) แห่งอาฬวกะยักษ์

ธรรมจักราวุธ กงล้อแห่งพระธรรม มีอำนาจทำลายอธรรมทั้งปวงในโลกนี้ให้หมดไป

จักราวุธ จักรกรดนั้นเมื่อพระนารายณ์ปล่อยออกจากนิ้วพระหัตถ์แล้วจะหมุนไปผลาญยักษ์ทั้งปวงให้ร่างกายขาดกระเด็นที่โบราณเรียกว่า “ ขาดเศียร ขาดกร”

วชิราวุธ เมื่อองค์อินทราธิราชเจ้ากวัดแกว่งวชิราวุธ จะบังเกิดสายฟ้าผ่าเปรี้ยงใส่ศัตรู หากทรงขว้างออกไปจากพระหัตถ์จะไล่ล้างอสูรทั้งปวงให้พินาศสิ้นจึงจะกลับคืนสู่พระหัตถ์

คธาวุธ กระบองคู่มือท่านท้าวเวสสุวัณ เมื่อตีถูกอสูรหรือปีศาจ ศีรษะจะระเบิด ร่างกายกลายเป็นจุลวิจุณ หากทรงขว้างออกไปจะแล่นไปตีเหล่าอสูรหรือปีศาจตายกันเป็นระนาวก่อนจะกลับคืนสู่พระหัตถ์

นัยนาวุธ นัยน์ตาแห่งท่านพญายมราช เมื่อท่านเพ่งไปที่ปีศาจหรืออสูรตนใด จะเกิดไฟลุกไหม้ตายทันที เป็นอำนาจที่ทำให้ผีนรกทั้งปวงมีความหวาดกลัวเป็นที่สุด

ทุสาวุธัง ผ้ายันต์สีขาวแห่งอาฬวกะยักษ์ ในพุทธประวัติระบุว่า อาฬวกะยักษ์ เคยซัดใส่สมเด็จพระบรมศาสดา แต่ผ้าวิเศากลับกลายเป็นผ้าซับพระบาท ทังนี้หากซัดไปเหนือแผ่นดินใดจะเกิดความแห้งแล้งเป็นเวลา 12 ปี ตกลงในแหล่งน้ำ น้ำก็จะแห้งเหือดไป ถูกผู้ใดร่างกายจะแหลกเหลวเป็นเศษเนื้อ

เมื่อหลวงพ่อเดิมสร้างมีดหมอนั้น หลวงพ่อเดิมได้อัญเชิญอาวุธ 5 ประการมาสถิตในมีดหมอ มีอานุภาพสูง ป้องกันคุณไสย เป็นมหาอุด เป็นคงกระพัน เป็นแคล้วคลาด เป็นที่คร้ามเกรงของปีศาจทุกเหล่า โดยหลวงพ่อมีคาถาอาราธนาว่า

“พุทธธรรมจักราวุธัง สักกัสสะวชิราวุธัง เวสสุวัณณัสคธาวุธัง ยมนัสสะนัยนาวุธัง อาฬวกะทุสาวุธัง ปัญจะอาวุธานัง ภัคคา วิจุณณัง วิจุณณาโล มังมาเมนะ ผุสสันติ คัจฉะอะมุมหิ โอกาเสตฏฐาหิ”

ไพฑูรย์เล่าว่า หากไม่มีมีดหมอติดตัวก็เสกมีดธรรมดา เสกไม้ตะพด เสกไม้คมแฝก เสกอาวุธที่ใช้ในการต่อสู้ ตอนที่เป็นยาม ไพฑูรย์เคยเสกไม้กระบองยามนี่แหละตีกบาลพวกที่มาลองดีไทยยามจนวิ่งหนีกันหัวร้างข้างแบะมาแล้ว

ไพฑูรย์เล่าว่า เรื่องไม่มีอะไรมาก พวกจับกังที่เป็นคนภาคอีสาน เมื่อปวดเยี่ยวแทนที่จะไปเข้าห้องน้ำหรือไปยืนฉี่ที่ในที่ลับตาคน กลับมาเยี่ยวที่ข้างป้อมจนเหม็นไปหมด ยามกะอื่นไม่กล้าพูดกับพวกจับกังเพราะเห็นว่ามีพวกมาก ไพฑูรย์ทนไม่ไหวจึงเข้าไปพูดขอร้องกับหัวหน้าจับกังชื่อนายคำปอย นายคำปอยมองดูไพฑูรย์ที่ตัวเล็กกว่าตัวแต่หัวจรดเท้า “ตัวเท่าลูกหมามาทำสะแอ๋ง กะไหนๆเขาก็ไม่มีปากเสียงกลับไปอยู่ยามเถอะไป๊ ขืนพูดมากเดี๋ยวกูพาพรรคพวกคนบ้านเฮาไปเยี่ยวให้ท่วมป้อมเสียหรอก”

ไพฑูรย์สุดทนจึงสวนกลับไปว่า “มึงแน่จริงไปเยี่ยวที่ป้อมที่กูอยู่ยามดูซิ กูบ่ยั่นพวกมึงดอกไอ้บักห่ากินหัว”

พูดจบก็เดินหันหลังกลับไปอยู่ยามที่ป้อม นั่งอยู่ไม่นานร่างของนายคำปอยก็เดินส่ายมาที่ป้อม แก้ปมเชือกรัดขอบกางเกงจับกัง งัดเจ้าโลกออกมาจะฉี่ ไพฑูรย์เตะสวนเข้าหว่างขาโดนพวงมะหวดจังๆ นายคำปอยล้มลงเอามือกุมดิ้นพราดๆ ฉี่ทะลักออกมากองโต พวกลูกน้องมาช่วยกันหามลูกพี่กลับไปรักษาพยาบาล นายคำปอยเงียบไปหลายวัน พอไพฑูรย์มาเข้ายามก็พาสมุนมาท้ารบ ไพฑูรย์บอกว่าออกเวรตอนเที่ยงคืน ถ้าแน่จริงก็มาเลย

ไพฑูรย์เสกไม้กระบองยามด้วยคาถาอาวุธห้าชนิดไว้เป็นอย่างดี พอออกเวรเดินออกมาที่หน้าบริษัท นายคำปอยกับสมุนอีกสองคนล่ำบึ้กสักลายพร้อยหลาวทองแทงกระสอบครบมือ ไพฑูรย์ในอดีตผู้ช่วยผู้คุมเรือนจำบางขวางเรื่องการใช้กระบองไม่ต้องพูดถึง สามหัวที่เข้ามารุมแทงปูดโปบวมแต่ไม่แตกเหนียวดีแท้ ไพฑูรย์เองก็เสื้อขาดเพราะถูกแทง หากไม่ได้บารมีหลวงพ่อเดิมคงเป็นศพไปแล้ว

ไพฑูรย์ร่ายคาถาคัดของเขาทันที พอได้ที่ก็ตีตะลุย หัวแรกที่แบะก่อนคือนายคำปอย พอเห็นเลือดหัวออกก็ตกใจ เพราะเคยโดนมาหนักกว่านี้ไม่เคยเสียเลือด ส่วนลูกน้องอีกสองหัวแบะตามมาในทีสุด ทั้งหมดหันหลังโกยแนบ เพระไม่เคยพบอะไรอย่างนี้มาก่อน

วันรุ่งขึ้น ไพฑูรย์ไปรับเวรเพื่อนบอกว่า นายคำปอยพาลูกน้องมาช่วยกันล้างทำความสะอาดป้อมเสียเอี่ยมเลย

วันนี้ไพฑูรย์เอามีดหมอติดมาด้วยเพราะไม่ค่อยไว้ใจ ก็เล่นเอาเลือดหัวหน้าจับกังได้คงเป็นเรื่องใหญ่ แต่วันนี้แปลก นายคำปอยมาคนเดียวไพฑูรย์เอ่ยปากทักทายว่า “พี่คำปอยจะให้ฉันช่วยอะไรก็บอกได้เลย”

นายคำปอยบอกว่า “ขอโทษนายไพฑูรย์วันนั้น ฉันไม่นึกว่าจะเจอคนจริง นายเป็นคนแรกที่เรียกเลือดหัวฉันออกมาได้”

ไพฑูรย์ตอบว่าพี่ก็แทงผมหลายแผล เคราะห์ดีมีของดีของหลวงพ่อเดิมติดตัว จึงเอาชีวิตรอดมาได้ ผมต้องขอโทษพี่คำปอยด้วยที่ล่วงเกิน พูดจบไพฑูรย์ก็ยกมือไหว้นายคำปอยที่มีอาวุโสกว่า นายคำปอยโผเข้ากอดปากก็พุดว่า “ อย่างนี้ซีวะจึงจะเรียกว่าลูกผู้ชาย ”

เอื้อเฟื้อโดย นักเลง โบราณ ตำนานหนังเหนียว ผู้เช่าลิขสิทธิ์โดยตรง

หากท่านใดสนใจหนังสือเรื่องราวของ อ.ไพฑูรย์ พันธ์เชื้องาม ติดต่อได้ที่เพจ นักเลง โบราณ ตำนานหนังเหนียว

ขอบคุณท่านเจ้าของรูปภาพมา ณ ที่นี้

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this:
search previous next tag category expand menu location phone mail time cart zoom edit close