ตำนาน “โซดาดึง” ก๊อกน้ำประปาข้างถนน

ในสมัยโบราณนั้น คนไทยต้องกินน้ำจากแม่น้ำลำคลอง แม้แต่ในพระบรมมหาราชวังก็ต้องเสวยน้ำจากแม่น้ำเช่นกัน ซึ่งน้ำจากแม่น้ำเพชรบุรี สมเด็จพระปิยมหาราช ก็ทรงเสวยและรับสั่งว่า อร่อยกว่าน้ำที่ใดทั้งหมด แม้กรุงเทพฯ จะมีน้ำประปาแล้ว พระองค์ก็ยังทรงเสวยน้ำจากแม่น้ำเพชรบุรี

และต่อมามีบ้านเรือนเกิดขึ้นทั้ง 2 ฝั่งแม่น้ำเพชรบุรี ซึ่งมีปฏิกูลที่น่ารังเกียจอยู่มาก กระทรวงมหาดไทยจึงรับจัดน้ำเสวยแทน โดยเจ้าพระยายมราชให้เจ้าหน้าที่ทำน้ำประปาขึ้นโดยเฉพาะเป็นน้ำเสวย ไม่ให้ใช้น้ำประปาธรรมที่ปล่อยตามท่อ

การประปาของสยามเริ่มมีในรัชกาลที่ 5 หลังจากเสด็จประพาสยุโรป 2 ครั้ง พระองค์ทรงดำริว่า กรุงเทพฯ น่าจะมีน้ำสะอาดเอาสำหรับไว้ดื่มไว้ใช้ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ว่าจ้างช่างประปาจากต่างประเทศคือ นายเดอลาม โฮเตียร์ มาวางแผนการประปาในกรุงเทพฯ

และตั้ง การประปาสยาม ขึ้นในวันที่ 13 กรกฏาคม พ.ศ. 2452 ประกาศพระบรมราชโองการให้กรมสุขาภิบาลจัดการนำน้ำมาใช้ในพระนคร ให้ทำที่ขังน้ำขึ้นที่คลองเชียงราก ปทุมธานี อันเป็นที่พ้นเขตน้ำเค็มขึ้นถึงทุกฤดู แล้วขุดคลองแยกส่งน้ำมายังโรงกรองน้ำที่สามเสน สูบน้ำขึ้นแล้วกรองตามวิธีทำน้ำให้สะอาดปราศจากเชื้อโรค แล้วส่งน้ำไปที่ต่างๆ การก่อสร้างประปาใช้เวลาดำเนินการ 4 ปีเศษ และใช้ค่าใช้จ่ายในการสร้างรวม 4,308,221 บาท นับว่าเป็นโครงการที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนอย่างยิ่ง

 

ต่อมาในวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2457 พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดกิจการที่มีชื่อเรียกว่า “การประปากรุงเทพฯ”

กิจการประปาได้ก้าวหน้าต่อไปตามลำดับ และยังขยายข้ามไปยังฝั่งธนบุรี โดยวางท่อไปสะพานพระพุทธยอดฟ้า ซึ่งติดตั้งก๊อกน้ำสาธารณะไว้ข้างถนนกระจายไปทั่ว ให้ประชาชนได้ใช้ ก๊อกนี้ก็คือตำนานของ “โซดาดึง” ซึ่งเป็นก๊อกน้ำที่มีประโยชน์แก่ประชาชนมาก เอาไว้ใช้กรองน้ำไปกินไปใช้แล้ว ยังเป็นที่อาบน้ำซักผ้าด้วย เลยทำให้เกิดอาชีพรับจ้างหาบน้ำไปส่งตามบ้านทำเงินได้ไม่น้อย

ที่ทำการประปาแยกแม้นศรี

ก๊อกน้ำสาธารณะนี้ เป็นก๊อกน้ำที่หล่อด้วยเหล็กเป็นรูปทรงกระบอก ปลายสอบเล็กน้อย มีความสูงประมาณ 70 ซม. เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 20 ซม. ด้านบนมีงวงให้น้ำออก ด้านบนสุดจะมีแท่งเหล็กยื่นออกมาสำหรับเป็นที่เปิดน้ำ และเมื่อปล่อยมือน้ำจะปิด จึงต้องดึงไว้ตลอดเวลาที่เปิดน้ำ ซึ่งแท่งนี้หนักมากต้องใช้แรงดึงพอสมควร คนรับจ้างหาบจึงประดิษฐ์อุปกรณ์เพิ่มขึ้น เป็นแผ่นไม้เล็กๆ เอาไว้รองใต้แท่งเหล็ก เมื่อยกขึ้นเปิดน้ำไม่ให้ตกลงมา จึงไม่ต้องออกแรงดึงไว้ตลอด บางที่มีจิตอาสาทำแล้วคล้องเชือกไว้กับปุ่มเปิดน้ำเลย

ก๊อกน้ำข้างถนนที่มาของ โซดาดึง

ในปีพ.ศ. 2476 บริษัทบุญรอดบริวเวอรี่ผลิตโซดาออกมา ทำให้คอสุ ราได้ลิ้มรสโซดาไทยเป็นครั้งแรก แต่การดื่มสุ ราเติมโซดาทำให้เสียเงินเพิ่มอีก จึงดื่มกับน้ำตามเดิม และน้ำที่ดีในตอนนั้นก็คือ น้ำประปาจากก๊อกข้างถนนนี้แหละ จึงเรียกกันว่า “โซดาดึง” ซึ่งเป็นที่รู้จักกันแพร่หลายในยุคนั้น

ต่อมาเมื่อมีการต่อท่อประปาแยกเข้าถึงตามบ้านแล้ว ทำให้ก๊อกน้ำสาธารณะตามข้างถนนเป็นภาพที่ไม่เจริญตา อีกทั้งการประปาต้องจ่ายน้ำฟรีไปเป็นจำนวนมาก จึงทยอยล้มเลิกกันไปในปี พ.ศ. 2501 ปรากฏว่ามีก๊อกน้ำสาธารณะที่เก็บไปนั้นมีถึง 482 แห่ง เป็นการปิดฉาก “โซดาดึง” ข้างถนน

“โซดาดึง” ไม่ใช่คำแสลงของชาวบ้านแล้วเลือนหายไปตามยุคสมัย ต่อมาในปี พ.ศ. 2553 วิศวกรของกองบำรุงรักษา สำนักงานการประปาสาขาลาดพร้าว ได้ประดิษฐ์อุปกรณ์เก็บตะกอนในถังพักน้ำ เครื่องมือที่จะบอกให้รู้ว่า ถึงเวลาที่ควรจะต้องล้างถังพักน้ำได้แล้ว และขุดชื่อ “โซดาดึง” ขึ้นมาอีก จึงเรียกเครื่องมือนี้ว่า “โซดาดึง 2010” คำว่า โซดาดึง จึงอยู่ในสาระบบของการประปาไทย

ขอบคุณที่มาและภาพจาก mgronline.com

เผยแพร่เพื่อศึกษาเรียนรู้เรื่องราวในอดีต