ตำนาน “เมืองโบราณดงละคร”

เมืองลึกลับแห่งนี้ แต่เดิมชาวบ้านเรียกว่า “เมืองลับแล” ส่วนหนึ่งของชาวบ้านในบริเวณเล่าว่า “ในวันพระช่วงเวลาค่ำคืน ที่ภูเขาหรือชายป่าตีนเขา หากใครกล้าพิสูจน์ไปด้อมๆ มองๆ จะได้ยินเสียงผู้คนทั้งหญิงชายและเด็กเล็ก อีกทั้งมโหรีปี่แตรก้องสนั่นป่า มีกลิ่นดอกไม้ลอยลมมาแต่ไกล เพราะเหล่านางฟ้าหรือผีบังบดเก็บดอกไม้บูชาพระ”

ส่วนที่เมืองชื่อว่า “เมืองดงละคร” นั้นไม่ทราบที่มาแน่ชัด ซึ่งบางแห่งกล่าวว่า กลางคืนจะได้ยินเสียงดนตรีวงมโหรีแว่วมาจากในเมืองกลางป่า คล้ายกับมีการเล่นละครในวัง และที่เรียกว่าเมืองดงละครนั้น เพราะว่าดังมาจากในป่าในดงจึงเรียกดงละคร ส่วนอีกแห่งจะเรียกว่า “ดงนคร” หมายถึงนครที่อยู่ในดง แต่นานวันเข้าจึงเรียกเพี้ยนเป็น “ดงละคร” ที่มาจึงไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัด

เมื่อครั้ง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสเมืองปราจีนบุรี ได้มีพระบรมราชาธิบายเกี่ยวกับเมืองดงละครแห่งนี้ว่า เป็นเมืองที่สร้างขึ้นโดยเจ้าแผ่นดินเขมรโบราณซึ่งเป็นสตรี เรียกว่าราชินีแห่งแผ่นดินเขมร เมื่อราชินีองค์นี้ได้ขึ้นครองแผ่นดินเขมร ได้ค้นหาคัดเลือกชายรูปงามจากแคว้นต่างๆ เพื่อมาเป็นคู่ครอง และได้พบกับชายชาวเขมรก่อนจึงได้รับเลี้ยงไว้

ต่อมา ได้พบกับชายอีกคนจากแผ่นดินเขมรเก่า ซึ่งราชินีพอพระทัยชายคนนี้มาก จึงอยากจะรับเลี้ยงไว้อีกคนแต่ชายสองคนก่อนไม่ยอม ราชินีจึงสร้างเมืองให้ชายอีกคนคือ เมืองดงละคร อยู่ใกล้กับอาณาจักรเขมร ต่อมาราชินีเขมรได้ประชวรและสิ้นพระชนม์ลง ซึ่งไม่ได้มีราชบุตรสืบพระวงศ์ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ ได้พระราชทานพระราชวินิจฉัยเมื่อครั้งเสด็จประพาสมณฑลปราจีนบุรีไว้ว่า เมืองแห่งนี้เป็นที่ประทับของพระเจ้าแผ่นดินโบราณ

เมืองดงละคร เป็นเมืองโบราณสมัยทวาราวดี ตั้งอยู่ ต.ดงละคร อ.เมือง จ.นครนายก จุดสูงสุดของเมืองอยู่ที่เนินดินทางด้านทิศตะวันออก สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 34 เมตร เมืองนี้เป็นเมืองรูปไข่เกือบกลม มีคูน้ำโดยรอบ มีเนื้อที่ประมาณ 3000 ไร่ มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 700-800 เมตร มีคันดินเป็นแนวกั้นสองชั้น(ปัจจุบันเหลือเพียงชั้นนอกชั้นเดียว) ลักษณะการสร้างเมืองนั้นติดกับแม่น้ำนครนายกสายเดิม ซึ่งติดต่อกับชายฝั่งทะเลได้ เป็นลักษณะเดียวกับเมืองโบราณสมัยทวาราวดีในบริเวณใกล้กันของประเทศไทย และคาดว่ามีผู้อยู่อาศัยในช่วงพุทธศตวรรษที่ 12-18

หลังจากพุทธศตวรรษที่ 18 คาดว่ามีการเปลี่ยนแปลงเส้นทางการไหลของแม่น้ำนครนายก ซึ่งแต่เดิมนั้นไหลผ่านทางทิศตะวันตกของเมืองดงละคร กลายเป็นไหลอย่างปัจจุบัน ทำให้เมืองที่เคยเจริญกลับไม่ได้รับความนิยมเพราะขาดน้ำ เมืองดงละครจึงกลายเป็นเมืองเล็กๆ และมีประชากรอยู่ไม่กี่คน เพราะคนส่วนมากย้ายไปตั้งถิ่นฐานใหม่ตามการไหลของแม่น้ำ เป็นเมืองนครนายกในปัจจุบัน

ในช่วงที่เสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 คาดว่าชาวบ้านได้ย้ายเมืองหนีไปอยู่บริเวณเขาใหญ่ เพื่อหนีการรุกรานของพม่าเมืองจึงร้างไปอีก และในช่วงต้นสมัยรัตนโกสินทร์ มีพวกลาวพวน ลาวเวียง และมอญ มาตั้งถิ่นฐานบริเวณนี้ ยึดอาชีพทำนาเป็นหลัก และมักมีช้างป่าลงมากินข้าวในนาเสมอ แต่ต่อมาเริ่มมีคนย้ายมาเยอะขึ้น ช้างป่าเลยหนีไปอยู่บริเวณเขาใหญ่แทน

และเมืองโบราณดงละครนี้ ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติ ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 52 ตอนที่ 75 เมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ.2478

ที่มาและภาพจาก sportringsinde