“ครูบา” กับ “เกจิ” แตกต่างกันอย่างไร มีความหมายอย่างไร

ในประเทศไทยของเรา มีพระครูบาและพระเกจิมากมาย ท่านผู้อ่านบางท่านสงสัยว่า ระหว่าง “ครูบา” และ “เกจิ” มีความแตกต่างกันอย่างไร? มีหน้าที่ปฏิบัติเหมือนกันไหม? และความหมายที่แท้จริงคืออะไร วันนี้เลยขอนำเสนอเรื่อง ความแตกต่างระหว่าง ครูบา และ เกจิ มาให้ท่านผู้อ่านได้ศึกษากัน

บทความเรื่อง ครูบา และ เกจิ นี้มาจากเฟซบุ๊กส่วนตัวของ namfar takonkit อาจารย์และนักเขียนชื่อดัง ซึ่งได้โพสต์ความรู้นี้ไว้ในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า

“ครูบา” ในทางพุทธศาสนาล้านนาเป็นคำที่มีความหมายสูง ต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ ปฏิบัติดี ถูกต้องตามพระธรรมวินัย แล้วทำคุณประโยชน์ให้กับสังคมจนเป็นที่ยอมรับ เมื่อล่วงเข้าสู่พรรษาที่ยาวนาน จึงจะได้รับการแต่งตั้งเป็น “ครูบา”

ซึ่งปัจจุบันนี้มี “ครูบาอุ๊กแก๊ส” เยอะมาก อุ๊กแก๊สเป็นคำอุปมา อุ๊กแปลว่าบ่ม เปรียบเหมือนมะม่วงที่ยังดิบอยู่แล้วนำไปบ่มแก๊สให้สุกก่อนเวลา รสชาติจะไม่อร่อยเหมือนสุกตามธรรมชาติ ครูบาอุ๊กแก๊สจึงเป็นเหมือนพระปลอมที่มาหลอกลวงชาวบ้าน หรือพระที่ไม่ค่อยปฏิบัติตามพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด แต่แสดงตนโอ้อวดว่าเก่ง ให้คนมานับถือศรัทธาเยอะๆ เพื่อที่จะได้เงินบริจาคเยอะๆ สังเกตุว่าจะมีกลุ่มที่เป็นฝ่ายพีอาร์ กระจ่ายข่าวให้คนศรัทธาแบบทึ่งๆ เพื่ออะไร

1. พระราคาสูง 2. ประชาชนจะเข้าไปทำบุญได้เงินเข้าวัด ดังนั้น ต้องคิดวิเคราะห์ให้ดี พระรูปใดปฏิบัติตามพระธรรมวินัยแค่ไหน เราเป็นชาวพุทธต้องคิดเป็น ไม่ใช่เห็นเป็นผ้าเหลืองแล้วเห็นคนบอกต่อๆ กันมาก็เชื่อ ดูตัวอย่างเณรคำเถอะ…เสียหายกันไปเท่าไหร่ สุดท้ายมีลูกชายอายุหลายปีแล้ว…สุดยอด

แล้ว ครูบา และ เกจิ แตกต่างกันอย่างไร?

“เกจิ” คือพระภิกษุที่มีชื่อเสียงทางด้าน คาถาอาคม การปลุกเสกวัตถุมงคลต่างๆ ส่วน “ครูบา” นั้น เป็นตำแหน่งทางสังคมของพระสงฆ์ล้านนาเพื่อยกย่อง พระสงฆ์รูปที่จะได้รับจะต้องมีวัตรปฏิบัติที่เคร่งครัด ได้รับการนับถือศรัทธาจากประชาชน หรือมีผลงานปรากฏแก่ชุมชน ครูบาจึงถือเป็นศูนย์กลางรวมพลังศรัทธาของประชาชนอย่างแท้จริง

ซึ่งในอดีตนั้น มีครูบาที่ทำประโยชน์แก่ชุมชนไว้มากมาย และมีชื่อเสียงโด่งดังผู้คนรู้จักทั่วประเทศ ท่านก็คือ “ครูบาศรีวิชัย” ท่านปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ชาวล้านนาจึงมองว่าท่านเป็นพระอริยสงฆ์ และท่านได้สร้างถนนขึ้นสู่พระธาตุดอยสุเทพ ถือว่าเป็นประโยชน์มากสำหรับประชาชนในพื้นที่ ไม่เพียงแค่นั้น ท่านได้สร้างคุณประโยชน์มากมายให้วงการศาสนา จนคนรู้จักทั่วประเทศไปกราบไหว้ท่านด้วยความศรัทธา

คำว่า ครูบา เป็นภาษาบาลีมาจากคำว่า ครุปิ อาจาริโย แปลว่าเป็นทั้งครูและอาจารย์ มาจากคำว่า ครุปา ภายหลังเพี้ยนเป็น ครูบา

ส่วนคำว่า เกจิอาจารย์ แปลว่า อาจารย์บางพวก หลังจากพระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้ว สาวกของพระองค์ได้รวบรวมคำสอนของพระองค์ไว้เป็นหมวดหมู่ เรียกว่า พระไตรปิฎก ต่อมามีภิกษุผู้เป็นนักปราชญ์ได้แต่งอรรถกถาและฎีกา เพื่ออธิบายข้อความในพระไตรปิฎกให้เข้าใจง่ายขึ้น จึงเรียกภิกษุผู้แต่งหนังสือผู้นั้นว่า พระอรรถกถาจารย์ และ พระฎีกาจารย์ และในหนังสือที่แต่งนั้น มักจะมีอ้างถึงความคิดเห็นของอาจารย์พวกอื่นๆ ที่เห็นด้วยหรือแย้งกับผู้แต่ง จึงเรียกอาจารย์ที่ถูกอ้างถึงนั้นว่า เกจิอาจารย์

ซึ่ง เกจิอาจารย์ มีความหมายที่ผิดเพี้ยนไปจากเดิม คือใช้เรียกพระภิกษุที่มีความรู้ทางด้าน คาถาอาคม ปลุกเสกพระเครื่องวัตถุมงคล เรียกสั้นๆ ว่า พระเกจิ…

ขอบคุณที่มาจาก วิกิพีเดีย