ตำนาน “พระพุทธรูปพูดได้” กุศโลบายในการปกครองบ้านเมืองให้สงบ

วัดศรีชุม มาจากคำเรียกพื้นเมืองเดิมหมายถึง ต้นโพธิ์ ดังนั้น ชื่อศรีชุม จึงหมายถึง ดงต้นโพธิ์ ซึ่งสันนิษฐานว่าสร้างในสมัยพ่อขุนรามคำแหง วัดศรีชุมนี้เป็นศาสนโบราณสถานแห่งหนึ่งในเขตอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือนอกกำแพงเมืองเดิมใน ต.เมืองเก่า อ.เมืองสุโขทัย ซึ่งวัดแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์ใหญ่มีนามว่า “พระอจนะ”

พระอจนะ ประดิษฐานอยู่ในมณฑปรูปสี่เหลี่ยมกว้าง 32 เมตร ยาว 32 เมตร สูง 15 เมตร ด้านหน้าเป็นวิหารหลวงมี 6 ห้อง ซึ่งว่ากันว่าเป็นพระพุทธรูปพูดได้ โดยมีการสร้างอุโมค์ให้คนสามารถขึ้นด้านบนองค์พระได้ มีเรื่องเล่าว่า หากลอดเข้าอุโมค์ด้านขวามือจะสามารถขึ้นด้านบนองค์พระได้ แต่ถ้าหากลอดอุโมค์ด้านซ้ายมือจะมีทางลับไปสู่ที่เมืองศรีสัชนาลัยได้

และเมื่อต้องใช้งานในการสำคัญก็ให้คนไปอาศัยอยู่บนองค์พระ แล้วให้เปล่งเสียงออกมาดังๆ เสียงจะกังวานอยู่ในมณฑป เมื่อผู้คนได้ยินก็นึกว่าพระพุทธรูปพูดได้ ซึ่งใช้ในการปลุกกำลังใจ หรือชำระความคนที่ทำความผิดแล้วก็จะพูดแต่ความจริงและยอมรับ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นกุศโลบายที่สำคัญในการปกครองบ้านเมืองให้สงบ

ซึ่งในสมัยอยุธยา เมื่อครั้งสมเด็จสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประกาศอิสรภาพในปี พ.ศ. 2127 ที่เมืองแครง ทำให้หัวเมืองต่างๆ ยกเลิกการส่งส่วยให้กับพม่า แต่ยังมีเมืองเชลียง ( สวรรคโลก) ที่ไม่ยอมทำตามพระราชโองการของพระองค์ พระองค์จึงนำทัพเสด็จมาปราบเมืองเชลียง และได้มีการมาชุมนุมทัพที่วัดศรีชุมแห่งนี้ก่อนที่จะไปตีเมืองเชลียง และด้วยการรบในครั้งนั้นเป็นการรบระหว่างคนไทยกับคนไทยด้วยกัน ทำให้เหล่าทหารไม่มีกำลังใจในการรบไม่อยากรบ สมเด็จพระนเรศวรจึงได้วางแผนสร้างกำลังใจให้กับทหาร โดยการให้ทหารคนหนึ่งปีนบันไดขึ้นไปทางด้านหลังองค์พระ และพูดให้กำลังใจแก่เหล่าทหาร ทำให้ทหารเกิดกำลังใจที่จะต่อสู้ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เกิดตำนานพระพูดได้ที่วัดศรีชุมแห่งนี้ และพระนเรศวรยังได้มีการทำพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาขึ้นที่วัดแห่งนี้ด้วย

ตามหลักฐานระบุว่าวัดแห่งนี้ได้มีการบูรณะครั้งใหญ่ในสมัยพระเจ้าลิไท และมีการดูแลบูรณะเรื่อยมา สันนิษฐานว่าวัดนี้ได้ถูกทิ้งร้างในสมัยอยุธยาตอนปลาย จนกระทั่งในสมัย รัชกาลที่ 9 ได้มีโครงการบูรณปฏิสังขรณ์ ในปี พ.ศ.2495 โดยเริ่มมีการบูรณะพระพุทธรูปพระอจนะ โดยศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี และอาจารย์เขียน ยิ้มสิริ วัดจึงอยู่ในสภาพที่เห็นในปัจจุบัน…

ที่มาจาก วิกิพีเดีย