“พระเครื่อง” ป้องกันผีได้หรือไม่?

พระเครื่องนั้น ไม่สามารถไล่ผีได้ทุกองค์ เพราะบางครั้งผู้ปลุกเสกก็ไม่ได้เสกมาเพื่อใช้ในทางไล่ผี พระเครื่องบางองค์เน้นเรื่องคงกระพัน บางองค์ก็เน้นเรื่องเมตตามหานิยมเพียงอย่างเดียว ถ้าเป็นพระเครื่องที่ปลุกเสกมาในลักษณะนี้ ก็ไม่สามารถไล่ผีหรือป้องกันผีได้ การปลุกเสกในลักษณะนี้มักปลุกเสกโดยคาถาอาคม ซึ่งค่อนข้างมีพลังจำกัด และมีโอกาสเสื่อมได้ง่าย ต่างกับการเสกด้วยการอธิษฐานจิตบุญฤทธิ์ คือตั้งจิตอัญเชิญบุญบารมี แห่งพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ลงมาประสิทธิ์อยู่ในพระเครื่อง ซึ่งพระเครื่องลักษณะนี้จะป้องกันภูตผีปีศาจได้

ด้วยเพราะบุญบารมีแห่งพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์นั้น เป็นบุญบารมีอันสูงสุด มีกระแสสว่างยังไม่มีประมาณ มีพลังในการจำกัดสิ่งชั่วร้าย สิ่งไม่ดีทั้งหลายทั้งปวงจึงไม่อาจมากร้ำกรายได้ เมื่อผู้ปลุกเสกสามารถอัญเชิญ บารมีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ได้จริงแล้ว สิ่งที่จะตามมาอยู่เสมอก็คือเทวดาที่จะมาปกปักรักษา เทวดาบางองค์นั้นเป็นเทวดาที่มีฤทธิ์มาก หรืออาจเป็นเทวดาที่มีความเกี่ยวเนื่องกับการป้องกันเรื่องนี้โดยตรง เช่น ท้าวเวสสุวรรณ หรือพญายมราช เป็นต้น

ภาพจาก เว็บ tlcthai.com

เพราะฉะนั้น ถ้าผู้สร้างสามารถอัญเชิญบารมี พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ได้จริง บริวารของท่านหรือกระแสบารมีของท่านเอง ก็จะลงมารักษาพระเครื่ององค์นั้นด้วย เมื่อภูตผีได้มาเจอพระเครื่องที่มีกระแสพลังงานเหล่านี้ ก็ไม่สามารถที่จะต่อสู้หรือทนทานได้จนต้องหนีไป

ก่อนอื่น ต้องเข้าใจในเรื่องผีให้ถูกต้องด้วย เพราะคำว่า “ผี” นั้น คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าคือสิ่งน่ากลัว เป็นวิญญาณที่ตามหลอกหลอน ในความเป็นจริงแล้วอาจจะไม่ใช่ทั้งหมด บางครั้งผู้ที่มาให้เราเห็น อาจเป็นวิญญาณของญาติพี่น้อง ที่แวะเวียนมาเยี่ยมเยียน บางครั้งอาจเป็นเทวดาที่เคยเป็นเพื่อนฝูงแวะเวียนมาหา หรือมากราบไหว้พระที่อยู่ในคอของเรา แต่เราเห็นแล้วเกิดตกใจกลัวและหาทางขับไล่ไป แน่นอนว่าถ้าเขาเป็นเทวดาหรือเป็นผู้ที่ไม่ได้มีเจตนามุ่งร้ายต่อเราแล้ว เขาก็ย่อมไม่กลัวพระแน่นอน

เคยมีเรื่องเล่าว่า บางคนสวดมนต์ไล่ แต่เขาก็ไม่หนี แถมสวดกลับให้เราแล้วบอกว่าสวดผิดตรงไหนอีกด้วยก็มี ถ้าในกรณีแบบนี้ พระก็คงไม่ไล่ผี แต่เราคงต้องไล่ความกลัวหรือความเข้าใจผิดของเราเองให้หมดไปมากกว่า

ดังนั้นเมื่อครั้งต่อไปที่เราเห็นผี อย่าได้นำพระเครื่องไปขับไล่ผี แต่จงตั้งสติให้มั่น แล้วอุทิศบุญกุศลให้เขา โดยการตั้งจิตถึงพระให้นึกถึงพระรัตนตรัยเป็นประธาน เพราะพระท่านมีแสงแห่งบุญสว่างกว่าเรามากมาย วิญญาณทั้งหลายย่อมเห็นแสงนั้นได้ง่ายกว่า ย่อมรับบุญและอนุโมทนาบุญได้ง่ายกว่า ดีกว่าที่จะแผ่บุญด้วยการอุทิศบุญของเราเพียงอย่างเดียว เพราะเราเป็นเพียงปุถุชนที่เต็มไปด้วยกิเลส มีแสงแห่งบุญบารมีน้อยกว่าพระมาก เมื่ออุทิศไปเขาก็อาจจะไม่เห็น ไม่ได้รับก็ได้

ภาพจาก เว็บ-พระ

ให้เราตั้งพระเป็นประธาน ขอบารมีแห่งพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นประธาน รวมบุญทั้งหลายทั้งปวงในสากลจักรวาล และบุญกุศลทั้งหมดที่ตัวเราได้ทำมา อุทิศแผ่ไปให้เขา ก็จะทำให้เขาได้รับและอนุโมทนาแสงแห่งบุญนั้นได้อย่างเต็มที่ ได้ไปเกิดในภพภูมิที่ดีไม่ปรากฏตัวให้เราเห็นจนหวาดกลัวอีกต่อไป

แต่ในกรณีที่ผีนั้นเป็นเจ้ากรรมนายเวรของเรา เขาก็อาจจะมาหลอกหลอนและทำร้ายเราด้วยความโกรธแค้น การแผ่บุญให้เขานั้น ต้องใช้เวลามากกว่าผีทั่วไป โดยให้เรากำพระเครื่องไว้ด้วยจิตศรัทธามั่นคง ตั้งพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นประธานในการแผ่เมตตารวมบุญทั้งหลายทั้งปวงที่เราเคยได้ทำ แล้วแผ่ให้เขาไปเรื่อยๆ กระแสพลังงานแห่งพระรัตนตรัยที่สงบเย็นและสว่างอย่างไม่มีประมาณ จะทำให้ความโกรธแค้นอาฆาตของเขา บรรเทาลงได้ ให้ทำสม่ำเสมอจากความแค้นมากก็จะลดน้อยลง หรือบรรเทาเบาบางจนอาจจะอโหสิกรรมเลิกจองเวรกันไปในที่สุด

สรุปได้ดังนี้ว่า เวลาเราไปไหนทุกหนทุกแห่ง หมั่นเอาพระในคอมาสวดมนต์ ไหว้พระ แผ่เมตตาอยู่เสมอ ก็จะสามารถป้องกันภูติผีและอันตรายต่างๆ ได้อย่างแน่นอน แม้แต่ผีที่ถูกบังคับสั่งให้มาทำร้ายเราด้วยเวทย์มนต์คาถา เช่น ผีพราย กุมารทอง ฯลฯ ด้วยบารมีแห่งพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ที่เป็นประธานนั้น รับประกันได้เลยว่าถ้าจิตเราถึงพระจริงๆแล้ว เทพเทวาทั้งหลายจะมาปกป้องรักษาอยู่ตลอด ไม่มีภูตผีปีศาจตนใดจะเข้ามาทำอันตรายเราได้เลย

เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

ขอบคุณข้อมูลจาก รูปพระ

– ดร.รอบทิศ ไวยสุศรี แฟนพันธุ์แท้พระเกจิคณาจารย์ ปี 2006

– หนังสือตอบโจทย์พระเครื่อง รู้เรื่องของขลัง ของสำนักพิมพ์ ND Publishing

ที่มาจาก www.baanjompra.com