ประวัติ “เจ้าพ่อขุนด่าน” จังหวัดนครนายก

ศาสเจ้าพ่อขุนด่าน นั้น ตั้งอยู่บนชะง่อนหินเขาชะโงก ตำบลพรหมณี อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และมีประชาชนเคารพนับถือ

ตามประวัติ ขุนด่าน เป็นชื่อตำแหน่ง นายด่าน ซึ่งขณะนั้นตรงกับรัชสมัย สมเด็จพระนเรศวรฯ เจ้าพ่อขุนด่านอยู่ในบริเวณเขาชะโงกจังหวัดนครนายก ตามประวัติเท่าที่สืบได้นั้น กล่าวว่า “ขุนด่าน” เป็นเพียงตำแหน่ง คือเป็นนายด่านขณะนั้น

เมื่อสมเด็จพระนเรศวรทรงกู้กรุงศรีอยุธยา กลับคืนมาจากพม่าได้แล้ว ( พ.ศ.2127 ) อีก 3 ปีต่อมา พ.ศ.2130 พม่าก็ยกกองทัพเข้าประชิดกรุงศรีอยุธยา เป็นศึกใหญ่เข้ามาถึงชานพระนคร คาดว่าศึกครั้งนี้กรุงศรีอยุธยา ต้องเสียแก่พม่าเพราะพม่าตั้งล้อมกรุงเป็นเวลานาน สมเด็จพระนเรศวรก็ทรงทำแต่เพียง ออกปล้นค่ายพม่าแค่นั้น

ในครั้งนี้นักพระสัตถา พระเจ้ากรุงละแวก เจ้าแผ่นดินเขมรก็ส่งกองทัพเข้ามาในปราจีนบุรี ทางปราจีนบุรีไม่มีกำลังต่อต้านจึงตกอยู่ในปกครองของเขมรโดยง่าย เขมรแบ่งกำลังส่วนหนึ่งไว้ที่ปราจีนบุรี ให้ทำหน้าที่กวาดต้อนผู้คนขนทรัพย์สมบัติ และก็เคลื่อนกองทัพส่วนใหญ่เข้ามา นครนายก ซึ่งขณะนั้น “ขุนด่าน” เป็นนายด่าน ซึ่งขุนด่านไม่ยอมให้กองทัพเขมรผ่านเข้ามาง่ายๆ แม้จะมีกำลังน้อย ก็ได้ต่อสู้จนเห็นว่าเหลือวิสัยที่จะต่อสู้ต่อไป จึงได้รวบรวมคนที่เหลืออยู่เข้ามาตั้งอยู่ทางเขาชะโงก

กองทัพเขมรเข้าเมืองนครนายกได้ ยึดเมืองไว้แล้วก็ทำการกวาดต้อนผู้คน ขนทรัพย์สมบัติไปเช่นเดียวกับที่กระทำในปราจีนบุรี ในระหว่างนี้มีผู้คนหลบหนีออกไปจากเมือง ทำให้ขุนด่านได้ซ่องสุมชายฉกรรจ์ ส่วนผู้คนพลเมืองอื่นๆ จัดให้ซุ่มซ่อนหลบภัยอยู่ซอกเขา ครั้นเมื่อพม่าไม่สามารถจะตีกรุงศรีอยุธยาได้ต้องถอยกลับไป ทางกรุงศรีอยุธยาจึงได้ส่งกองทัพไทยในความควบคุมของพระศรีไสยณรงค์ออกมารบเขมร ส่วนทางนครนายกขุนด่านก็นำกำลังเข้าโจมตีเขมร ในที่สุดเขมรก็ถอยไปจากนครนายกและปราจีนบุรี

เมื่อขุนด่านเสียชีวิตลง ชาวจังหวัดนครนายกมีความเชื่อว่าท่านเป็นเทพารักษ์ที่มีผู้นับถือมาก จึงตั้งศาลบริเวณเขาชะโงก ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารญี่ปุ่นไปตั้งค่ายอยู่ ได้ทำลายศาลทำให้ล้มตายโดยหาสาเหตุไม่ได้เป็นจำนวนมาก ผลงาน

ขุนด่านเป็นผู้เสียสละป้องกันเมืองนครนายกไว้ นับเป็นวีรบุรุษของชาวจังหวัดนครนายก…

ที่มาและภาพจาก www.baanjompra.com / thailandtourismdirectory

เผยแพร่เพื่อศึกษาอนุรักษ์เชิงประวัติศาสตร์