ต้นกำเนิด ข้าวโพดคั่ว “ป๊อบคอร์น”

เรื่องราวที่นำมาเสนอทุกท่านในวันนี้เป็นเรื่องของ  “ข้าวโพดคั่ว” หรือที่เรียกกันว่า “ป๊อบคอร์น Popcorn” เป็นของกินเล่นเพลินๆ ซึ่งในประเทศไทยเราเองก็มีขายมากมายตาม งานวัด โรงหนัง ตลาด หรือตามห้างทั่วไป หาซื้อได้ไม่ยากมีแบบซื้อมาคั่วเองก็มี แต่ทราบกันไหมว่า ต้นกำเนิดข้าวโพดคั่วป๊อบคอร์นนี้มาจากไหน วันนี้เราเลยนำเสนอประวัติความเป็นมาให้ท่านผู้อ่านได้ทราบกัน

ป๊อบคอร์น นั้น ได้ถือกำเนิดมานานหลายศตวรรษ และปัจจุบันก็เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก ซึ่งต้นกำเนิดป๊อบคอร์นมาจาก อินเดียนแดง ในทวีปอเมริกาเมื่อประมาณ 5,600 ปีที่ผ่านมา ซึ่งนักโบราณคดีพบหลักฐานเกี่ยวกับข้าวโพดคั่วในซากเมืองโบราณหลายแห่ง เช่น เมืองอัซเตกในเม็กซิโก เมืองอินคาทางอเมริกาใต้ เมืองมายาในอเมริกากลาง ฯลฯ

ได้พบการใช้ข้าวโพดจำนวนมากมาเป็นเวลานาน ก่อนสมัยที่โคลัมบัสมาเยือนโลกใหม่ ขาวโพดที่คั่วจนพองขาวแล้ว ชาวอินเดียนแดงในอเมริกาเหนือจะนำมารับประทาน และร้อยสายด้วยหญ้า ทำเป็นเครื่องประดับสำหรับหัวหน้าเผ่าและนักรบ และรูปเคารพเทพเจ้าฝนของชาวอัซบางครั้งก็ประดับด้วยข้าวโพด และในบางแห่งของเม็กซิโกในปัจจุบันนี้ บางครั้งก็มีการใช้พวงข้าวโพดคั่วประดับเทวรูป

เมื่อนักล่าอาณานิคมชาวอังกฤษสมัยแรกๆ ได้จัดงานขอบคุณพระเจ้าครั้งแรกขึ้น ชาวอินเดียนแดงนามว่า เควเดอควีนา ได้นำอาหารมาในงานเลี้ยง นั่นคือข้าวโพดคั่ว ใส่ถุงหนังกวางขนาดใหญ่ ผู้เข้าร่วมในงานได้ ซึ่งต่อมาก็กลายเป็นส่วนสำคัญและเป็นเอกลักษณ์ในวิถีชีวิตแบบอเมริกา

ข้าวโพดคั่วอินเดียแดง ชาวอินคาจะใช้หม้อดินปั้นเป็นพิเศษสำหรับคั่วข้าวโพด (ภาชนะพบได้ในซากปรักหักพังสมัยโบราณของอเมริกาใต้) โดยฝังหม้อในทรายที่ร้อนจัด โรยเมล็ดข้าวโพดลงไป แล้วปิดฝา หรือใช้หม้ออีกใบมาครอบ ความร้อนจากทรายจะทำให้ข้าวโพดแตก กลายเป็นข้าวโพดคั่วได้

ข้าวโพดและข้าวโพดคั่วค่อยๆ ปรากฏแพร่หลายไปทั่วอเมริกา ในฐานะพืชเกษตรกรรมทั่วไป และเริ่มปรากฏความสำคัญจนถือเป็นพืชเกษตรกรรมในตลาด เมื่อราว ค.ศ.1890 นี้เอง ซึ่งมีความนิยมสูง และเริ่มผลิตในเชิงการค้า โดยมีการผลิตเครื่องทำข้าวโพดคั่วขนาดมหึมา ใช้เตาน้ำมันเบนซิน กลายเป็นอุปกรณ์ที่คุ้นตาในงานแห่และงานเทศกาล และเมื่อในปี ค.ศ.1893 ในงานแสดงสินค้าโลกที่ชิคาโก ก็มีการผลิตข้าวโพดคั่วแบบใหม่ เรียกว่า เครเกอร์แจ็ค (Cracker Jack) อันเป็นส่วนผสมของข้าวโพดคั่ว น้ำอ้อย และถั่วลิสง

ข้าวโพดคั่วในโรงภาพยนตร์ จากความเติบโตของธุรกิจภาพยนตร์เมื่อต้นคริสต์ศตวรรษที่ยี่สิบ และการเปิดโรงภาพยนตร์จำนวนนับไม่ถ้วน ทำให้ข้าวโพดคั่วกลายเป็นส่วนหนึ่งของความบันเทิงแบบใหม่ ในช่วงต้น เครื่องผลิตข้าวโพดคั่วมักจะอยู่นอกโรงภาพยนตร์ ผู้ควบคุมเครื่องมักจะต้องเช่าสถานที่จากเจ้าของโรงภาพยนตร์ สมัยที่เป็นหนังเงียบ บางครั้งมีเสียงดนตรีคลอ ในช่วงบรรเลงดนตรีนั้น ยังมีเสียงกรุบกรับของผู้ชมที่สนุกกับข้าวโพดคั่วพอๆ กับความสนุกกับภาพยนตร์

เครื่องผลิตข้าวโพดจ๊ะเอ๋แบบไฟฟ้าสำเร็จสมบูรณ์และนำออกจำหน่ายประมาณปี ค.ศ.1925 เป็นเครื่องแก้วมันวาวและเครื่องไฟฟ้าสีโครเมียม ทำให้ข้าวโพดคั่วได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นไปอีก

 

มีสถิติว่า ในปี ค.ศ.1922 สหรัฐอเมริกาเพาะปลูกข้าวโพดสำหรับใช้ทำข้าวโพดคั่วประมาณ 15,000 เอเคอร์ เมื่อมีเครื่องผลิตข้าวโพดคั่วแบบไฟฟ้า ข้าวโพดคั่วนำรายได้มาสู่ผู้ปลูกพอสมควรจนได้รับสมญานามว่า “ทิวทองแห่งท้องทุ่ง” (prairie gold) และเมื่อปี ค.ศ.1967 ผลผลิตต่อปีของข้าวโพดมีค่าประมาณ 432 ล้านปอนด์ รัฐอินเดียนา ไอโอวา อิลลินอยส์ โอไฮโอ และเคนตั้กกี้ เป็นผู้นำในการผลิตข้าวโพดคั่วของสหรัฐอเมริกา

เมื่อต้นคริสต์ทศวรรษ 1950 เมื่อมีโทรทัศน์แพร่หลายมากขึ้น ข้าวโพดคั่วไม่ได้นิยมรับประทานเฉพาะในโรงภาพยนตร์เท่านั้น แต่ยังแพร่หลายไปรับประทานกันหน้าจอโทรทัศน์ และเริ่มมีการโฆษณาข้าวโพดคั่วในช่วงโฆษณาของรายการ ในบางพื้นที่มีข้าวโพดคั่วขายในห่อฟอยล์ ซึ่งใช้คั่วแล้วทิ้งได้

ที่มจาก Wikipedia