ประวัติ “เทพเจ้าทันใจ” เทพผู้ชี้จุดสร้างเจดีย์ชเวดากอง

พม่า เป็นอีกดินแดนหนึ่งที่ผู้คนนับถือศาสนาพุทธอย่างมาก แต่ความเชื่อในการบูชาเทวาอารักษ์ก็ยังเป็นที่เคารพนับถือสือเนื่องมาตั้งแต่โบราณ โดยเทพที่ถูกจัดว่าเป็น “นัต” หรือเทวาอารักษ์ เทพผู้คุ้มครอง มักจะเป็นคนที่เคยสร้างความดีหรือมีวีรกรรมน่าประทับใจ พอตายไปทำให้วิญญาณยังมีความห่วงใยในภาระหน้าที่บ้านเมืองจึงไม่อาจไปเกิดได้ จึงเป็นนัตที่จะคอยคุ้มครองรักษาบ้านเมืองหรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์

และวันนี้เสนอประวัติของ “นัตโบโบยี(เทพเจ้าทันใจ)” แปลตรงๆ คือ ปู่เจ้าหรือปู่หลวง หรือเจ้าปู่ จัดเป็นเทพระดับมเหศักดิ์ และทำหน้าที่เชื่อมพุทธันดรก่อนๆ เข้ากับพุทธันดรปัจจุบันโบโบยี มีทั้งหมด 5 องค์ครับที่มาช่วยชี้จุดสำหรับสร้างเจดีย์ชะเวดากอง องค์ที่อาวุโสที่สุดท่านอยู่มาแต่ครั้งพระเจ้ากกุสันโธ ทำหน้าที่รักษาไม้เท้าเอาไว้ เจดีย์ชะเวดากองแห่งนี้จึงเป็นสถานที่เก็บรักษาของๆ พระพุทธเจ้า 4 พระองค์ที่ผ่านมา รวมทั้งของๆ พระศรีอาริย์ในกาลข้างหน้าด้วย

ความรู้เรื่องนัตโบโบยีและมหาเจดีย์ชะเวดากอง

นัตโบโบยี หรือภาษาไทย ปู่เจ้าหลวง ของเมืองเมียนมาร์มี 5 องค์เป็น 5 องค์ที่มีความสัมพันธ์กับการสร้างพระเจดีย์ชะเวดากอง โดยปฐมเหตุเริ่มแรกนั้นคือพ่อค้าชาวมอญสองคนได้รับพระเกศาธาตุ 8 เส้นจากสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อกลับมาแล้วก็นำมาถวายกษัตริย์ เมื่อนั้นจึงเกิดการดำริสร้างพระมหาเจดีย์ ทั้งนี้พ่อค้าทั้งสองกล่าวว่าตามตำนานของบ้านเมืองนั้นกล่าวว่า ต้องไปสร้างที่เขาสิงฆุตตระ แต่ว่าเขานี้อยู่ที่ใดยังไม่มีใครทราบ เมื่อตระเวนหาเขาตามตำนาน เทพเจ้าผู้อยู่ที่แต่ต้นภัทรกัปป์ก็ปรากฏกายขึ้นแล้วชี้นิ้วไปยังทิศของเขาสิงฆุตตระ คณะที่จะสร้างก็เดินทางไปตามที่เทพยดาชี้นิ้วบอก เมื่อเดินไประยะหนึ่งก็ยังไม่อาจทราบได้ว่าจุดไหนและตนถึงรึยัง ก็มีเทพเจ้าองค์ที่ 2 ปรากฏร่างขึ้นแล้วชี้ให้รู้ทางต่อไป

คณะผู้หาตำแหน่งที่จะสร้างพระมหาเจดีย์พบเทพเจ้าคอยบอกทางเช่นว่านี้ 5 พระองค์ องค์สุดท้ายชี้นิ้วลงดินเป็นการบอกว่า ท่านถึงแล้วซึ่งมงคลสถานตามตำนานเขาสิงฆุตตระ และเมื่อจะทำการสร้างพระมหาเจดีย์เทพเจ้าทั้ง 5 หรือโบโบยีทั้ง 5 พระองค์ก็มาประชุมกันบนยอดเขาสิงฆุตตระ เพื่อนำของวิเศษทั้ง 3 มาบรรจุร่วมกับพระเกศาธาตุของพระมหาสมณะโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยของวิเศษอีก 3 สิ่งคือ ไม้เท้าของพระกกุสันโธ กระบอกน้ำของพระพุทธโกนาคมโน ผ้าสงบของพระพุทธกัสสปะ และในอนาคต สมเด็จพระอริยเมตไตรยจะนำสร้อยพระศกและพระมหามงกุฎมาบรรจุร่วมไว้ ณ สถานที่แห่งนี้ด้วย

การบูชาเทพทันใจ

นิยมใช้มะพร้าว กล้วยนากสีแดง เป็นเครื่องบูชา เพราะเชื่อว่าเป็นผลไม้มงคล และเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์เจริญงอกงามของชีวิต บางครั้งก็จะประกอบด้วยช่อใบไม้ที่เรียกว่า ใบชัยชนะ และฉัตร ตุงหรือธงกระดาษขนาดเล็ก ซึ่งก็เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นมงคลเช่นกัน ส่วนการอธิษฐานขอพรต่อเทพทันใจ มีเคล็ดลับว่าต้องขอเพียงข้อเดียวเท่านั้น เพื่อพลังกล้าแข็งในการถวายเครื่องเซ่น ห้ามเปลี่ยนใจ

คาถาบูชา เทพทันใจ (นะโม ๓ จบ )

เอหิ สักกะ มหานัทโป๊ะโป๊ะจีโปตะถ่องสิทธิมัตถุ อิทังพะลัง เอตัสสะมิงรัตตะนัง พุทธัง ธัมมัง สังฆัง เทวานัง ประสิทธิลาโภ ชยโยนิจจัง วันทามิสัพพะทา สวาโหม

ที่มาจาก tnews