“พระสยามเทวาธิราช” มาจากไหน เรื่องโดย “หลวงพ่อฤาษีลิงดำ”

พระสยามเทวาธิราช เป็นเทวรูป หล่อด้วยทองคำสูง 8 นิ้ว ประทับยืนทรงเครื่องกษัตริยาธิราช ทรงฉลองพระองค์อย่างเครื่องของเทพารักษ์ มีมงกุฎเป็นเครื่องศิราภรณ์ พระหัตถ์ขวาทรงพระแสงขรรค์ พระหัตถ์ ซ้ายยกขึ้นจีบดรรชนีเสมอพระอุระ องค์พระสยามเทวาธิราชประดิษฐานอยู่ในเรือนแก้วทำด้วยไม้จันทน์ ลักษณะแบบวิมานเก๋งจีน มีคำจารึกเป็นภาษาจีนที่ผนังเบื้องหลัง แปลว่า “ที่สถิตแห่งพระสยามเทวาธิราช”

เรือนแก้วเก๋งจีนนี้ประดิษฐานอยู่ในมุขกลางของพระวิมานไม้แกะสลักปิดทอง ตั้งอยู่เหนือลับแลบังพระทวารเทวราชมเหศวร์ ตอนกลางพระที่นั่งไพศาลทักษิณ ในพระบรมมหาราชวัง พระสยามเทวาธิราชมีมาตั้งแต่สมัยก่อนรัชกาลที่ 4 และประวัติพระสยามเทวาธิราชที่จะเสนอต่อไปนี้ โดย หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ดังนี้

“พระสยามเทวาธิราชนี่เริ่มมีเมื่อสมัยก่อนรัชกาลที่ 4 มีนะแต่ก่อนพระเจ้าแผ่นดินสมัยนั้นก็บูชาเทวาชื่อนั้นชื่อนี้ที่เป็นญาติผู้ใหญ่เป็นคนสำคัญขออย่างนั้นอย่างนี้ต่อมาสมัยรัชกาลที่ 4 ท่านเป็นนักปราชญ์เป็นนักบาลีก็มาตั้งชื่อใหม่ว่า พระสยามเทวาธิราช หมายถึงว่าเทวดาทั้งหมดที่รักษาประเทศสยาม

ทีนี้ที่ถามว่าให้คุณให้โทษทางไหน … ให้โทษนี้ก็ไม่ทราบให้คุณนี่ก็ไม่รู้แต่ท่านเป็นเทวดา … เอาอย่างนี้ก็แล้วกันนะ

เมื่อปี 2518 ปีนั้นพระเจ้าอยู่หัวนิมนต์เข้าไปที่พระที่นั่งไพศาลทักษิณพอเข้าไปทำบุญ… วันจักรี… พอเข้าไปนั่งปั๊บไม่ต้องคุยกับใครละบรรดาพระสยามเทวาธิราชมากันเยอะแยะเลยโอ้โฮ ไม่ใช่องค์เดียวสององค์นะไม่ทราบว่าจะมากเท่าใด ในบริเวณเต็มไปหมดไม่ใช่เฉพาะในวังนะ เราก็ชักสงสัยว่าองค์ไหนชื่อพระสยามเทวาธิราชพอถามว่า องค์ไหนชื่อพระสยามเทวาธิราชให้บอกชี้องค์นั้นก็ไม่ใช่ชี้องค์นี้ก็ไม่ใช่ ต่างคนต่างบอกชื่อของตัวหมดก็เลยนึกขึ้นมาว่าเออ…ยังไงเทวดานี่ เลยบอกว่าถ้าไม่ใช่พระสยามเทวาธิราชแล้วมาทำไมล่ะ พระเจ้าอยู่หัวก็ดีพระราชินีก็ดี ท่านทำบุญเพื่อพระสยามเทวาธิราชท่านก็บอกว่าเขาอยากเรียกผมอย่างนั้นทำไมล่ะ… ผมไม่ได้ชื่อนั้นนี่

ก็รวมความว่าพระสยามเทวาธิราชจริงๆ ก็เป็นเทวดาที่รักษาประเทศไทยทั้งหมดสมัยก่อนเรียกประเทศสยามใช่ไหม ถ้าถามว่าให้คุณแบบไหนก็ต้องถือว่าเทวดามีความดีอะไรบ้าง แต่ละคนมีความสามารถไม่เสมอกันอันนี้ตอบไม่ได้เกินวิสัย”

ที่มา โอวาทหลวงพ่อเล่ม3

http://board.palungjit.org / panyayan.tnews.co.th / วิกิพีเดีย

เผยแพร่เพื่อศึกษาอนุรักษ์เชิงประวัติศาสตร์